ฉายต่อเกมโชว์แข่งกึ๋นนศ.แพทย์
แพทยสภาเผยผลหารือ "เกมโชว์แข่งขันกึ๋น นศ.แพทย์" ชื่นมื่น ไม่เบรกออกอากาศแล้ว หลังผู้ผลิตและสถานีโทรทัศน์ยอมรับจะไปปรับรูปแบบรายการ ไม่เน้นแข่งขันวินิจฉัยโรค และไม่ใช้เครื่องมือราคาแพง แต่เน้นการร่วมมือระหว่างแพทย์รักษาคนไทย ศ.คลินิก นพ.อำนาจ กุสลานันท์ นายกแพทยสภา กล่าวว่า ในวันนี้ (28 ก.ค.) ทางแพทยสภาได้มีการพิจารณาถึงการจัดรายการเกมโชว์การแข่งขันวินิจฉัยโรค โดยเชิญผู้แทนจากสถานีโทรทัศน์ บริษัทผลิตรายการ และแพทย์ผู้จัดรายการมาหารือ เนื่องจากหลังจากที่รายการนี้ถูกออกอาการไป ปรากฏว่าเกิดการวิพากย์วิจารณ์กันอย่างมาก ซึ่งส่วนตัวทราบว่าผู้จัดทำรายการมีเจตนาที่ดี ต้องการให้ความรู้พร้อมความบันเทิงแก่ประชาชน แต่เนื่องจากแพทยสภาเห็นว่ามีหลายจุดที่อาจส่งผลต่อวิชาชีพแพทย์ และโดยปกติแพทย์จะไม่มีการแข่งขันกัน แต่จะช่วยกันร่วมมือวินิจฉัยโรคมากกว่า ดังนั้นในวันนี้จึงได้พูดคุยกับทีมผู้จัดเพื่อขอให้นำไปปรับปรุงในการนำเสนอสิ่งดีๆ ต่อประชาชนต่อไป นายเขมทัศน์ พลเดช ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนายการใหญ่ อสมท กล่าวว่า จากการประชุมกับแพทยสภาทำให้ได้แนวคิดใหม่ๆ ในการนำไปปรับปรุง ซึ่งตามแนวคิดของเราคือต้องการให้สังคมอุดมปัญญา จึงอยากให้ผู้ชมทางบ้านเข้าถึงรายการที่เกี่ยวกับสาธารณสุขมากขึ้น แต่ทางรายการพร้อมจะพัฒนาปรับปรุง โดยเริ่มจากการดึงตัวโรคขึ้นมาก่อย โดยเลือกโรคใกล้ตัวที่พบเห็นได้ง่ายๆ ไม่ใช่โรคที่ยาก และให้วิเคราะห์ ใช้ภาษาเข้าใจง่าย ไม่ใช่ภาษาแพทย์ ประกอบกับกราฟฟิก เพื่อให้ประชาชนเข้าใจได้ง่ายๆ ด้วย จากนั้นจะเป็นการเรียนรู้ การสืบเสาะปัญหาโรค เพื่อให้เห็นความพยายามของนักศึกษาแพทย์ โดยจะเปลี่ยนรูปแบบจากการแข่งขันให้เป็นการเน้นการช่วยเหลือกัน ช่วยกันในการวิเคราะห์โรค พร้อมเพิ่มมุมมองจากอาจารย์แพทย์ และตัวแทนจากแพทยสภามาให้ ความรู้ นายวัชระ แวววุฒินันท์ กรรมการผู้จัดการ JSL กล่าวว่า การจัดรายการนี้ เป็นการจัดเพื่อมุ่งความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแพทย์และคน และมุ่งให้ประชาชนสนใจในเรื่องสุขภาพมากขึ้น ซึ่งการที่ได้เข้าร่วมหารือกับแพทยสภาในวันนี้ทำให้เราได้รับมุมมองเพิ่มเพื่อนำไปปรับปรุงและทำให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด ขณะที่ นพ.สันต์ ใจยอดสิงห์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ครอบครัว ในฐานะแพทย์ผู้จัดรายการ กล่าวว่า จุดที่เราจะรีบแก้ไขโดยเร็วคือการสืบค้นโรค ในรายการเน้นใช้อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ราคาแพงในการวิเคราะห์ ซึ่งจะกระทบต่อการทำงานแพทย์ในชนบท แต่จะเน้นที่วิธิคิดและการวิเคราะห์แทน และจะลดการใช้เครื่องมือแพทย์ นอกจากนี้จะใช้กลไกนี้สื่อเพื่อทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์ผู้ป่วยดีขึ้น.