การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชายแดน
โสภณ พรโชคชัย
หมายเหตุ:
จากคำแถลงศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
(REA) ฉบับที่ 2/2554: อังคารที่ 4
มกราคม 2554 โดย โสภณ
พรโชคชัย
ประธานกรรมการบริหาร
ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์
เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
จุดผ่านแดนบ้านแหลม
อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
จุดผ่านแดนบ้านผักกาด
อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี
จุดผ่านแดนบ้านหาดเล็ก
อ.คลองใหญ่ จ.ตราด
จากการสำรวจเบื้องต้นของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์
เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
เมื่อเร็ว ๆ นี้
พบว่าการค้าขายชายแดนคึกคัก
แม้ไทยได้ดุลการค้ามหาศาล
แต่ก็เสียไปกับการเล่นการพนันจำนวนมหาศาลเช่นกัน
เมืองชายแดนตามจุดผ่านแดนถาวรต่าง
ๆ
ตามตะเข็บกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งพม่า
ลาว เขมร และมาเลเซีย
มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยไม่เกี่ยวข้องกับภาวะทางการเมืองหรือภาวะเศรษฐกิจโดยรวมมากนัก
เพราะความจำเป็นในการค้าขายชายแดนนั่นเอง
อย่างไรก็ตามภาวการณ์ค้าขายชายแดนอาจได้รับผลกระทบทางการเมืองบ้างในระยะสั้น
ๆ เช่น
มูลค่าการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา
ลดลงจาก 51,060.5 ล้านบาทในปี 2551
เป็น 46,201.1 บาทในปี 2552
เป็นต้น อย่างไรก็ตามในปี
2553
สถานการณ์โดยรวมน่าจะดีขึ้น
การค้าขายชายแดนโดยเฉพาะพม่า
ลาวและกัมพูชาที่มีการพัฒนาน้อยกว่าไทย
ทำให้ตลาดการค้าโดยเฉพาะในฝั่งไทยที่พ่อค้าจากประเทศเพื่อนบ้านข้ามมาซื้อสินค้า
มีการเจริญเติบโตเป็นอย่างมาก
ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ
ส่วนตลาดในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านก็เติบโตเช่นกัน
ตัวอย่างเช่น
ที่ดินชายแดนที่แต่เดิมเป็นที่ดินเกษตรกรรมก็สามารถแปรเป็นตลาดการค้าที่ให้เช่าได้วันละไม่ต่ำกว่า
100 บาทต่อตารางเมตร
เป็นต้น
หากมีพื้นที่ให้เช่า 10,000
ตารางเมตร
ก็จะเป็นเงินวันละ 1
ล้านบาท หรือปีละ 365
ล้านบาท
คิดเป็นมูลค่าประมาณถึงราว
4,000 ล้านบาท
ในพื้นที่ชายแดนพม่า
ลาวและกัมพูชา
ยังน่าจะสามารถสร้างนิคมอุตสาหกรรม
เพื่อใช้แรงงานราคาถูกของประเทศเพื่อนบ้าน
โดยอาจตั้งนิคมอุตสาหกรรมในฝั่งไทยและให้เดินทางกลับบ้านผ่านแดนได้ตลอด
โดยไม่ต้องให้ตั้งรกรากในไทย
ทำให้ไทยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการดูแลประชากรเพื่อนบ้าน
หรืออาจตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษหรือนิคมอุตสาหกรรมชายแดนของประเทศเพื่อนบ้านที่ไทยอาจร่วมมือสร้างขึ้นเพื่อสร้างให้เป็นแหล่งผลิตสินค้าราคาถูกส่งเข้ามาขายในฝั่งไทยและส่งออก
จากการสังเกตพบว่า
ในบริเวณชายแดนบ้านหาดเล็ก
ในเขตเมืองเกาะกงของกัมพูชา
มีเขตเศรษฐกิจพิเศษเหมือนกัน
แต่โดยที่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่จำกัด
ทำให้โรงงานไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง
ดังนั้นหากมีการตั้งนิคมอุตสาหกรรมจริง
ก็คงต้องจัดหาสาธารณูปโภคที่ดีเพียงพอ
และใช้ท่าเรือแหลมฉะบังหรือมาบตาพุดของไทยเป็นจุดส่งออก
เป็นการเพิ่มพูนศักยภาพของไทยให้เป็นศูนย์กลางในภูมิภาคนี้
นอกจากนี้ในพื้นที่ชายแดนยังอาจเสริมด้วยสถานที่ตากอากาศ
เช่น
ในบริเวณชายแดนบ้านหาดเล็ก
ในเขตเมืองเกาะกงของกัมพูชา
มีสถานตากอากาศ
มีซาฟารีเวิร์ล
มีการแสดงโชว์ปลาโลมา
จระเข้ สวนนก เป็นต้น
การพัฒนาต่าง ๆ
ควรดำเนินการบนพื้นฐานความร่วมมือกันเพื่อการเติบโตร่วมกัน
ไม่เช่นนั้นก็จะทำให้ประเทศเพื่อนบ้านได้เปรียบฝ่ายเดียว
ประเด็นสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามก็คือบ่อนการพนัน
จากรายงานที่ผ่านมา
"คาดว่ามีนักการพนันขนเงินออกไปเล่นการพนัน
ในบ่อนตรงข้ามอำเภออรัญประเทศ
จังหวัดสระแก้ว
อย่างต่ำวันละประมาณ 20
ล้านบาท"
หากเป็นเช่นนั้นจริง
ก็เท่ากับปีละ 7,300 ล้านบาท
หากนับรวมบ่อนการพนันทั้งหมดริมชายแดนกัมพูชาทั้งหมดนับสิบแห่ง
ก็คงเป็นเงินมากกว่าดุลการค้าที่ไทยได้จากเขมรปีละ
40,000 ล้านบาท
ดังนั้นรัฐบาลควรห้ามการเข้าไปเล่นการพนัน
เนื่องจากในกัมพูชาก็ห้ามคนของตนเข้าบ่อน
แต่ต้อนรับเฉพาะคนไทย
และมีเฉพาะคนไทยที่เข้าไปเล่นการพนันเป็นสำคัญ
แต่หากไม่สามารถห้ามได้
ก็สมควรที่จะให้มีบ่อนการพนันที่ถูกกฎหมายภายในประเทศไทยเอง
หรือจัดตั้งรัฐวิสาหกิจไทยไปร่วมกับรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านตั้งบ่อนการพนันในประเทศเพื่อนบ้าน
เพื่อจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ
การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์พื้นที่ชายแดนจะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมและความมั่นคงของประเทศ
ดังนั้นรัฐบาลจึงควรมีนโยบายและแผนที่ชัดเจนกับประเทศเพื่อนบ้านโดยรอบ
อ้างอิง
สรุปภาวะการค้าชายแดนไทย
-
กัมพูชาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ปี 2552
http://www.bot.or.th/Thai/EconomicConditions/AsianEconomies/cambodia/EcoData_Cambodia/DocLib_bordertrade/ปี%202553--สรุปภาวะการค้าชายแดนไทย%20-%20กัมพูชาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ%20ปี%202552.pdf
โปรดดูรายละเอียดที่
http://www.kohkongresort.com
โปรดดู
http://webcache.googleusercontent.com/search?q=cache:K25S7YZ-IAwJ:www.pine-tech.com/%3Fp%3D71+%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99+%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%99+%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B9%E0%B8%8A%E0%B8%B2&cd=1&hl=th&ct=clnk&gl=th
ดูอ้างอิง 1
หมายเหตุ:
ดร.โสภณ พรโชคชัย (sopon@area.co.th)
ประธานกรรมการบริหาร
ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
บจก. เอเจนซี่ ฟอร์
เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
หรือ AREA (www.area.co.th):
ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย
และดำเนินการเก็บข้อมูลต่อเนื่องมาตั้งแต่
พ.ศ.2537
เป็นศูนย์ข้อมูลที่มีความเป็นกลางทางวิชาการ
และเป็นอิสระทางวิชาชีพ
โดยไม่ถูกครอบงำโดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใด
ๆ สมาชิกของศูนย์ข้อมูลฯ
ได้รับข้อมูลที่เป็น First-hand
information ในเวลาเดียวกัน