คนเชียงดาวโวยเมื่อรัฐผุดโครงการเขื่อนกั้นแม่น้ำปิงตอนบน (ตอน 1)
องอาจ เดชา
ชาวบ้านเชียงดาวโวยรัฐแอบงุบงิบเดินหน้าโครงการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำปิงตอนบน
หวั่นส่งผลกระทบคนในพื้นที่
ทำลายผืนป่าต้นน้ำและชั้น
1A
พร้อมตั้งข้อสังเกตความไม่ชอบมาพากลของโครงการ
เป็นที่รับรู้ว่า
พื้นที่อำเภอเชียงดาวนั้นเป็นแหล่งต้นกำเนิดของแม่น้ำปิง
แม่น้ำสำคัญสายหนึ่งของประเทศไทย
ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนตามลุ่มน้ำกันมาช้านาน
อีกทั้งพื้นที่แถบนี้ยังถือเป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์อีกแห่งหนึ่งด้วย
แต่จู่ๆ ไม่นานมานี้
ได้มีเจ้าหน้าที่เข้ามาทำการสำรวจในพื้นที่รอบๆ
ลำน้ำแม่ปิงตอนบน
บริเวณบ้านโป่งอาง
หมู่ที่ 5 ตำบลเมืองนะ
อำเภอเชียงดาว
จังหวัดเชียงใหม่
ซึ่งได้สร้างความสงสัยต่อชาวบ้านในพื้นที่
ว่าเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้เข้ามาทำไมและหวังผลประโยชน์อะไรหรือไม่
ในขณะที่เริ่มมีกระแสข่าวหนาหูขึ้นทุกที
ว่ารัฐกำลังจะสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำปิงตอนบน
กระทั่ง
ชาวบ้านสืบทราบมาว่า
ข้อมูลดังกล่าวนั้นเป็นความจริง
จึงพากันหวาดวิตก
เมื่อรู้ว่า
รัฐโดยกรมชลประทาน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เป็นผู้รับผิดชอบโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ปิงตอนบน
ซึ่งมีขนาดความจุอ่างเก็บน้ำระดับเก็บกักประมาณ
550 ล้านลูกบาศก์เมตร
พื้นที่อ่างระดับน้ำสูงสุด
ประมาณ1,500 ไร่
ตัวเขื่อนสูงประมาณ 62.0
เมตร ยาวประมาณ 500เมตร
พอรู้ว่าขนาดความจุของการเก็บกักน้ำขนาดนี้
ยิ่งทำให้ชาวบ้านตกใจ
ว่านี่มันไม่ใช่อ่างเก็บน้ำ
แต่มันคือเขื่อน!!
หลังจากนั้น
ชาวบ้านโป่งอางต่างพากันประชุมหารือกันอย่างเคร่งเครียด
ก่อนมีมติร่วมกันออกมาคัดค้านการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำปิงในพื้นที่ชุมชนของตนเอง
เพราะทุกคนเชื่อแน่นอนว่า
หากมีการสร้างขึ้นจริง
จะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและทำลายพื้นที่ป่าในเนื้อที่มหาศาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และนี่คือที่มาของโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ปิงตอนบน
หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากแล้ว
เขื่อนกั้นแม่น้ำปิงตอนบน
กรมชลฯอ้างสาเหตุต้องสร้างด้วยวลีเด็ด
'เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม
ภัยแล้ง'
จากเอกสารประกอบโครงการ
ของกรมชลประทาน
ระบุถึงที่มาของแนวคิดของโครงการนี้
เกิดขึ้นหลังจากเกิดภาวะน้ำท่วมเมืองเชียงใหม่
เมื่อปี 2548 โดย กรมชลประทาน
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ
โดยให้สำนักนโยบายและแผน
ว่าจ้าง 3
บริษัทในการดำเนินการ
ได้แก่ บริษัทพีแอนด์ ซี
แมเนจเมนท์ จำกัด
บริษัทพิสุทธิ์ เทคโนโลยี
จำกัด และบริษัทธารา
คอนซัลแตนท์ จำกัด
เป็นผู้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
ซึ่งชาวบ้านพอสรุปเหตุผลของการสร้างเอาไว้ดังนี้
1.กรมชลประทาน มองว่า
ที่ผ่านมาแม่น้ำปิงได้เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งอย่างหนัก
2.กรมชลประทาน มองว่า
ลุ่มน้ำแม่ปิงนั้นเกิดปัญหาอุทกภัยในฤดูฝน
และเคยประสบปัญหาน้ำท่วมในเขตชุมชนหลายครั้ง
ในปี พ.ศ. 2538 และปี พ.ศ. 2548
เกิดปัญหาน้ำท่วมอย่างหนัก
ในเขตพื้นที่อำเภอเชียงดาว
ตัวเมืองเชียงใหม่
3.กรมชลประทาน มองว่า
การเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี
2548 ที่ผ่านมานั้น
ได้ก่อเกิดผลเสียหายต่อทรัพย์สินราชการ
ภาคเอกชน และราษฎร
สร้างความหายด้านเศรษฐกิจ
โดยเฉพาะรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
จากเหตุผลดังกล่าว
ทำให้กรมชลประทานได้ดำเนินการศึกษาการแก้ไขปัญหาปัญหาน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่ปิงตอนบน
และเข้ามาทำการศึกษา
ความเหมาะสมและวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำในเขตลุ่มน้ำแม่ปิงตอนบน
ตามการศึกษาแผนการพัฒนาแหล่งน้ำที่เหมาะสมโครงการฯดังกล่าว
จึงนำมาสู่การศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม
โครงการอ่างเก็บน้ำแม่ปิงตอนบน
ซึ่งทางกรมชลประทานมองว่า
เป็นแหล่งน้ำที่มีศักยภาพในระดับลุ่มน้ำ
(ศักยภาพในที่นี้หมายถึง
สร้างโครงการแหล่งน้ำขนาดกลาง
ซึ่งมองว่า
มีความจุเพียงพอกับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยในลุ่มน้ำแม่ปิงตอนบน)
ผุดโครงการอ่าง
(เขื่อน)เก็บน้ำแม่ปิงตอนบน
จากการศึกษาเบื้องต้น
โดยสำนักชลประทานที่ 1
ร่วมกับสำนักบริหารโครงการ
จึงดันโครงการขึ้นมา
โดยมี ที่ตั้งโครงการฯ
ตั้งอยู่ ม. 5 ตำบลเมืองนะ
อำเภอเชียงดาว
จังหวัดเชียงใหม่
โดยระบุขนาด /ความจุ
ของอ่างเก็บน้ำที่มีความจุอ่างเก็บน้ำระดับเก็บกักประมาณ
550 ล้านลูกบาศก์เมตร
พื้นที่อ่างระดับน้ำสูงสุด
ประมาณ 1,500 ไร่
และตัวเขื่อนสูงประมาณ 62.0
เมตร ยาวประมาณ 500เมตร
ข้อมูลโครงการระบุชัดเจนว่า
พื้นที่โครงการนั้น
ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแดง
(เดิมชื่ออุทยานแห่งชาติเชียงดาว)
เขตป่าอนุรักษ์
ที่เรียกว่า
พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 A
(สภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์
เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำที่สำคัญ)
ข้อมูลโครงการระบุชัดเจนว่า
ระยะทางการสร้างเขื่อนห่างจากหมู่บ้านเพียง
1 กม.
ชาวบ้านในพื้นที่สรุปข้อสังเกตเบื้องต้น
สร้างเขื่อนทำไมและเพื่อใคร?!
-เหตุผลและที่มาของโครงการฯ
นั้นเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาในเขตเมืองเป็นหลัก
โดยเฉพาะหากเกิดโครงการฯนี้ขึ้นมา
จะนำไปสู่การลดปัญหาน้ำท่วม
น้ำแล้ง และจะทำให้รายได้
เศรษฐกิจ
จากการท่องเที่ยวดีขึ้น(มาก)
ในขณะที่คนในพื้นที่กลับไม่ได้เอ่ยถึงและไม่ได้ให้ความสนใจว่าจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด?!
-ผู้รับประโยชน์โครงการฯอยู่บริเวณริมแม่น้ำปิงท้ายน้ำ
-ความจุของอ่าง ความสูง
และความยาว ตามเอกสาร
หากตรวจสอบข้อมูลจากกรณีการสร้างเขื่อนพื้นที่อื่นๆ
เช่น แก่งเสือเต้น
เมืองคอง ห้วยไคร้
(เวียงแหง) พบว่า
ล้วนเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ทั้งสิ้น
แต่กรมชลประทานมักระบุไว้ในเอกสารว่าเป็น
อ่างเก็บน้ำ
เหมือนการพรางตัว
หลอกชาวบ้านไม่ให้หวั่นวิตกหรือออกมาคัดค้านหรือไม่?!
-การใช้ชื่อเรียก
ในเอกสารประกอบการประชุม
3 ครั้งที่ผ่านมา
บางคำในเอกสารใช้เรียกว่า
"อ่าง" บางคำเรียกว่า
"เขื่อน"
ซึ่งยิ่งสร้างความสับสน
ความไม่ชอบมาพากลของโครงการนี้มากยิ่งขึ้น
-การก่อสร้างดำเนินการในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ลุ่มน้ำชั้น
1A
ซึ่งถือว่าเป็นสภาพป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์
เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำที่สำคัญ
ฉะนั้น การดำเนินการใดๆ
ต้องศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ฉบับวันที่ 16 มิ.ย.2552
และประกาศลงในราชกิจจานุบกษา
วันที่ 31 สิงหาคม 2552 และ
มติครม.วันที่ 1 สิงหาคม 2543
ก็ระบุชัดเจนว่า
โครงการฯที่มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติและระดับนานาชาติ
นี่คือสิ่งที่ชาวบ้านคนในพื้นที่กำลังวิตกกังวล
และตั้งข้อสังเกต
ตั้งคำถามกับรัฐ
โดยกรมชลประทาน
ที่ยังคงเดินหน้าจะสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำปิงตอนบน
ที่เชียงดาว!!