คนไทยแห่ช้อปออนไลน์ ยอดซื้อผ่านเว็บ-มือถือพุ่ง!
เพย์พาล
เผยผลสำรวจการซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตและมือถือ
ปี 53 มูลค่าตลาดสูงเกือบ
15,000 ล้านบาท
ฮิตสุดในกลุ่มนศ.-คนทำงาน
พบมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยกว่าหมื่นบาทต่อคน...
เพย์พาล (PayPal)
เปิดเผยผลการศึกษา
“ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตและผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย”
แสดงแนวโน้มและทัศนคติเกี่ยวกับการช้อปออนไลน์ของคนไทย
โดยผลการวิจัยดังกล่าวจัดทำโดยบริษัท
นีลเส็นซึ่งพบว่าในปี 2553
ขนาดตลาดการซื้อสินค้าออนไลน์ในประเทศไทยมีมูลค่า
14,700 ล้านบาท
มีจำนวนผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ชาวไทยอายุ
18 ปีขึ้นไป ประมาณ 2.5 ล้านคน
มียอดใช้จ่ายเฉลี่ย 13,181
บาทต่อคน โดย 71%
ของยอดรวมการซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมดมาจากกลุ่มที่มีรายได้ปานกลางในประเทศไทย
นายเอเลียส กาห์เน็ม
กรรมการผู้จัดการใหญ่และผู้จัดการใหญ่
เพย์พาล
ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย
กล่าวว่า
ตลาดการซื้อสินค้าออนไลน์เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและมีมูลค่าตลาดกว่า
14,700 ล้านบาท
ชี้ให้เห็นว่านักช้อปคนไทยมองเห็นประโยชน์จากการซื้อสินค้าและบริการผ่านอินเทอร์เน็ต
ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน
ผู้บริโภคคนไทยชื่นชอบการซื้อสินค้าบนเว็บไซต์ในประเทศใกล้เคียงกับเว็บไซต์ต่างประเทศ
และใช้สื่อออนไลน์เพื่อซื้อสินค้าที่แตกต่างและหลากหลาย
โดยไม่ได้มองหาสินค้าราคาถูกเพียงอย่างเดียว
ดังนั้น
ผู้ค้าปลีกในประเทศมีโอกาสแข่งขันกับเว็บไซต์ต่างประเทศ
และควรเร่งสร้างร้านค้าออนไลน์เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งทางการตลาดที่มีมูลค่าสูงดังกล่าว
ผู้บริโภคคนไทยใช้จ่ายเงินเกือบเท่ากันในการซื้อสินค้าปลีกออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ในประเทศ
คิดเป็นมูลค่า 6,100 ล้านบาท
(41%)
เทียบกับเว็บไซต์ต่างประเทศ
6,400 ล้านบาท (44%) และอีก 2,200
ล้านบาท (15%)
เป็นการซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ที่ไม่ระบุประเทศ
ทั้งนี้
ผลการศึกษายังระบุถึงเหตุจูงใจของนักช็อปไทยในการซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ต่างประเทศ
อาทิ
สินค้านี้ไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย
(45%)
ผลิตภัณฑ์/บริการมีราคาถูกกว่า
(36%) และ
มีความสะดวกในการซื้อเทียบเท่ากับการซื้อผ่านระบบออนไลน์ในประเทศ
(30%) อีกด้วย
ทั้งนี้
จากการให้ข้อมูลภาพรวมตลาดการซื้อสินค้าออนไลน์
ผลการศึกษายังแสดงถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคคนไทยเมื่อซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์และผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่
ได้แก่
การซื้อสินค้าออนไลน์กำลังเป็นกระแสนิยมและกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันคนไทย
ในปีที่ผ่านมา
สินค้าแฟชั่นคิดเป็นมูลค่า
3,100 ล้านบาท (21%) สาระบันเทิง
คิดเป็นมูลค่า 3,100 ล้านบาท
(21%) สินค้าไอที
คิดเป็นมูลค่า 2,400 ล้านบาท
(16%) การเดินทาง
คิดเป็นมูลค่า 1,800 ล้านบาท
(13%) และการประกันภัยทั่วไป
คิดเป็นมูลค่า 1,100 ล้านบาท
(11%)
นอกจากนี้
ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์กว่า
837,000 คน ใช้จ่ายกว่า 1,700
ล้านบาท
ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี
2553 คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 11%
ของมูลค่ารวมตลาดการซื้อสินค้าออนไลน์
ทั้งนี้
ผู้ซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่จะนิยมซื้อสินค้าราคาถูก
เช่น
การดาวน์โหลดภาพยนตร์/เพลง/เกมส์
(27%)
เสื้อผ้า/รองเท้า/เครื่องประดับ
(23%) หนังสือ (19%)
และตั๋วภาพยนตร์/การแสดง
(11%)
และคิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนราว
1,600 บาท สำหรับอุปสรรคสำคัญ
3
ประการสำหรับการซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่
ได้แก่
การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่มีความเร็วต่ำ
(54%) ขนาดหน้าจอเล็กเกินไป
(44%)
และปัญหาเรื่องระบบการรักษาความปลอดภัย
(29%)
นายเอเลียส กล่าวด้วยว่า
จากผลการศึกษาการซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์และผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่
ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ผู้ประกอบการชาวไทยควรเร่งดำเนินการ
โดยนำกลยุทธ์การจัดจำหน่ายหลายช่องทางมาประยุกต์ใช้เพื่อเข้าถึงลูกค้าทั้งในร้านค้า
ร้านค้าออนไลน์
และผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่
ขณะเดียวกัน
ควรจัดเตรียมสินค้าให้มีความหลากหลายกว่าเดิมและเพิ่มตัวเลือกในการชำระเงินที่มีความปลอดภัยมากขึ้น
ส่วนการเพิ่มยอดขายสินค้าให้ผู้ซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่
ควรมีตัวเลือกวิธีการชำระเงินบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีความปลอดภัย
และสามารถทำธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์ได้รวดเร็วเพียงไม่กี่คลิก.