จี้สภาพัฒน์ยกเลิกแผนพัฒนาภาคใต้ ‘สตูล–สงขลา’ผนึกต้านแลนด์บริดจ์
ปรัชญเกียรติ ว่าโร๊ะ
โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้
(DSJ)
ต้านแลนด์บริดจ์ -
ชาวบ้านจังหวัดสตูลและสงขลา
ร่วมประกาศเจตนารมณ์คัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์สงขลา-สตูล
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27
กรกฎาคม 2554
ที่ห้องประชุมนามนิพัทธ์
โรงแรมเอเชี่ยนหาดใหญ่
อำเภอหาดใหญ่
จังหวัดสงขลา
สถาบันวิจัยสังคม
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จัดการสัมมนาโครงการศึกษาเพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการวางแผนพัฒนาพื้นที่ภาคใต้
ภายใต้แผนพัฒนาพื้นที่ภาคใต้
มีตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
(สศช.) หรือสภาพัฒน์
นักธุรกิจ นักวิชาการ
ประชาชนจากอำเภอจะนะ
จังหวัดสงขลา
และประชาชนจากจังหวัดสตูล
เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 60 คน
นางสาวอุ่นเรือน
เล็กน้อย
นักวิจัยจากสถาบันวิจัยสังคม
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ได้นำเสนอผลการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อย
25 ครั้ง
และผลสำรวจจากแบบสอบถาม 2
ชุดกว่า 5,000 ฉบับ
ระหว่างเดือนกันยายน
2553-พฤษภาคม 2554
ในจังหวัดสตูล
จังหวัดสงขลา
และจังหวัดปัตตานี
ตามโครงการสำรวจเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน
ในจังหวัดสตูล-สงขลาและพื้นที่ต่อเนื่องอำเภอหนองจิก
อำเภอโคกโพธิ์
จังหวัดปัตตานี
นางสาวอุ่นเรือน
เปิดเผยผลการสำรวจว่า
ชาวบ้านต้องการให้พัฒนาตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
โดยพัฒนาภาคการเกษตรและประมง
และเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ในรูปของการท่องเที่ยว
ดำรงอัตลักษณ์ของท้องถิ่น
และอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากภาคเกษตร
ที่มีการจัดโซนนิ่ง
(การกำหนดพื้นที่)
ที่ชัดเจน
นายเจะปิ อนันทบริพงษ์
ชาวบ้านตำบลสะกอม
อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา
กล่าวต่อที่ประชุมว่า
ตนและชาวบ้านจะนะ
เพิ่งทราบจากพี่น้องจังหวัดสตูลว่า
จะมีการจัดเวทีฯ ในวันนี้
ทำไมถึงไม่เชิญพวกตน
ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากโครงการรัฐ
อีกไม่นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการแผนพัฒนาภาคใต้
โดยเฉพาะสะพานเศรษฐกิจสงขลา-สตูล
ที่ต้องเจอโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการ
นางสุไรด๊ะ โต๊ะหลี
ชาวบ้านจากเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น
จังหวัดสงขลา
เสนอในวงเสวนาว่า
ขอให้ทางสถาบันวิจัยสุงคม
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ยกเลิกโครงการแผนพัฒนาภาคใต้
โดยเฉพาะแลนด์บริดจ์สงขลา-สตูล
ปัจจุบันนี้ที่จะนะ
มีโรงแยกก้าซทรานไทย-มาเลเซีย
และโรงไฟฟ้าจะนะ
ตนและชาวบ้านไม่ไว้ใจใครอีกแล้วไม่ว่า
บริษัท สถาบันวิชาการ
มหาวิทยาลัยต่างๆ
ที่ไปรับงานจากภาครัฐก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนมากแล้ว
"ผลกระทบจากโรงแยกก๊าซและโรงไฟฟ้า
ทำให้คลองนาทับเน่าเสียเลี้ยงปลาในกระชังไม่ได้
น้ำยางพาราก็แทบไม่ไหล
ชาวประมงพื้นบ้านก็หันไปทำงานก่อสร้างกันหมด
เพราะในทะเลแทบไม่มีปลา
ผู้นำชุมชนกับชาวบ้านก็อยู่กันคนละฝ่ายไม่กล้าเจอหน้ากัน"
นางสุไรด๊ะ กล่าว
นางสาวอุ่นเรือน
ชี้แจงว่า
โครงการศึกษาของสถาบันวิจัยสังคม
เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน
เพื่อรับฟังความคิดเห็นในโครงการสำรวจเพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในจังหวัดสตูล-สงขลาและพื้นที่ต่อเนื่อง
ขอให้ก้าวให้พ้นโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้
หรือสะพานเศรษฐกิจสงขลา-สตูล
ท่าเรือน้ำลึกปากบารา
จังหวัดสตูล
และท่าเรือน้ำลึกสงขลา 2
ที่อำเภอจะนะ
จังหวัดสงขลา
แต่เราเน้นกระบวนการมีส่วนร่วม
เพื่อสะท้อนให้สภาพัฒน์พิจารณาจัดทำแผนพัฒนาภาคใต้
จากความต้องการของคนในพื้นที่จริงๆ"
นางสาวอุ่นเรือน ชี้แจง
ต่อมา เวลาประมาณ 10.40 น.
ชาวบ้านจากจังหวัดสตูล
รวมถึงเครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล
และเครือข่ายนักศึกษาเพื่อสังคมภาคใต้
ประมาณ 70 คน
เดินทางเข้าร่วมเวทีฯ
นายวิโชคศักดิ์
รณรงค์ไพรี
คณะทำงานเครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล
กล่าวว่า
กระบวนการดำเนินการทบทวนโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ของสภาพัฒน์
โดยไปจ้างบริษัท
คอนซัลแทนท์ ออฟ
เทคโนโลยี จำกัด
และสถาบันวิจัยสังคม
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เป็นการขัดมติคณะรัฐมนตรี
วันที่ 30 กรกฎาคม 2553
และมติของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติที่ต้องการให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงตั้งแต่ต้น
นายวิโชคศักดิ์ ถามว่า
เวทีย่อย 25
ครั้งที่จัดเคยเชิญพวกตนไปร่วมเวทีบ้างหรือไม่
ทำไมการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจึงไม่มีการเชิญชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแท้จริงมาประชุมบ้างเลยสักครั้ง
คนจังหวัดสตูลและสงขลาไม่เอาแลนด์บริดจ์
แต่มีแลนบก (เหี้ย) 6 ตัว
ที่จับมาจากบ้านอยู่ในกระสอบข้างล่างจะดูหรือไม่
ถ้าจะดูเดี๋ยวจะนำมาเข้าร่วมเวที
นางสุไรด๊ะ ถามว่า
คนในพื้นที่อำเภอจะนะ
จังหวัดสงขลา
คนในอำเภอละงู
จังหวัดสตูล
ทำไมไม่เคยได้ร่วมเวทีกลุ่มย่อยเลยสักครั้ง
นายสมชาย ศักดาเวคีอิศร
ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผน
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
(สศช.) กล่าวว่า
การดำเนินการจัดประชุมกลุ่มย่อยนั้น
ทางสถาบันวิจัยสังคม
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อาจไปพบกับชาวบ้านในพื้นที่ไม่ถูกกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจริงๆ
แต่ก็เป็นนิมิตหมายอันดี
ที่ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการแลนด์บริดจ์สงขลา-สตูล
ได้เติมเต็มประเด็นประสบความเดือดร้อนโดยตรง
มาสะท้อนในเวทีนี้
"ความต้องการของชาวบ้านจากจังหวัดสตูลและสงขลา
ตรงกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ
ฉบับที่ 11
ที่เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานการพัฒนาแบบยั่งยืนและสร้างสรรค์
ซึ่งไม่ได้ระบุโครงการเมกะโปรเจกต์ใหญ่ๆ
ไว้เลย" นายสมชาย กล่าว
นายสมบูรณ์ คำแหง
คณะทำงานเครือข่ายประชาชนติดตามแผนพัฒนาจังหวัดสตูล
กล่าวต่อที่ประชุมว่า
ตนได้รับบทความจากอาจารย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บทความระบุชัดว่าแลนด์บริดจ์สงขลา-สตูล
เป็นยุทธศาสตร์พลังงาน
การขนถ่ายน้ำมัน
และรองรับนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
สอดคล้องกับคำพูดของนายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ที่ว่าท่าเรือน้ำลึกปากบารา
จะไม่คุ้มทุนถ้าไม่มีนิคมอุตสาหกรรมรองรับ
นายชาญวิทย์
อมตะมาทุชาติ
รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ชี้แจงว่า
สภาพัฒน์ได้รับความช่วยเหลือทางวิชาการจากธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย
(ADB)
เพื่อจัดทำร่างแผนการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน
แล้วเสร็จเมื่อเดือนตุลาคม
2551 ต่อมา วันที่ 20 กรกฎาคม 2553
คณะรัฐมนตรีมีมติให้ทบทวนแผนดังกล่าว
"ทางสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
(สช.)
ไม่เข้าใจจึงนำร่างแผนการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน
ได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีมีมติทบทวน
อีกทั้งมติคณะรัฐมนตรียังตีความผิดว่า
ให้สมัชชาสุขภาพแห่งชาติจัดทบทวน
โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนเอง"
นายชาญวิทย์ กล่าว
นายชาญวิทย์
ชี้แจงต่อไปว่า
สภาพัฒน์ยังไม่มีแผนพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน
ที่ระบุว่าจะต้องสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา
ท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่
2 ที่อำเภอจะนะ
จังหวัดสงขลา
เป็นการผลักดันของกรมเจ้าท่า
กระทรวงคมนาคม
และโครงการศึกษาออกแบบและรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม
(EIA)
ทางรถไฟเชื่อมโยงขนส่งอ่าวไทย-อันดามัน
ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร
กระทรวงคมนาคม (สนข.)
ส่วนโครงการการวางท่อน้ำมันและคลังน้ำมัน
2 ฝั่ง อำเภอละงู
จังหวัดสตูล
กับอำเภอสิงหนคร
จังหวัดสงขลา
เป็นเป็นยุทธศาสตร์ของกระทรวงพลังงาน
ไม่ได้เป็นแผนของสภาพัฒน์
นายชาญวิทย์
ชี้แจงอีกว่า
ตอนนี้สภาพัฒน์ให้ความสนใจกับการลงทุนพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย
ประเทศพม่า
ตั้งแต่การวางโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
มีพื้นที่รองรับการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมกว้างขวาง
ส่วนที่กระทรวงคมนาคมกับพรรคเพื่อไทย
มีนโยบายผลักดันการก่อสร้างสะพานเศรษฐกิจสงขลา-สตูล
ถ้าไม่สอดรับกับแผนสภาพัฒน์ก็สร้างไม่ได้
"วันนี้ชาวบ้านจากจังหวัดสตูลและสงขลา
ได้มายืนยันผลกระทบจากความเดือดร้อน
จากโครงการสะพานเศรษฐกิจสงขลา-สตูล
ผมและทางสถาบันวิจัย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จะนำกลับไปเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ทบทวนร่างแผนการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อไป"
นายชาญวิทย์ กล่าว
ต่อมา เวลาประมาณ 14.00 น.
ชาวบ้านได้มีการยืนแถวยาวคู่ขนาน
แบ่งแถวหนึ่งเป็นชาวบ้านจังหวัดสตูล
อีกแถวหนึ่งเป็นชาวบ้านจังหวัดสงขลา
จับมือทำพันธสัญญาและประกาศเจตนารมณ์ผนึกกำลังต่อสู้คัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์สงขลา-สตูลจนถึงที่สุด
นางสาวอุ่นเรือน
กล่าวต่อที่ประชุมว่า
เมื่อตนได้รับเสียงสะท้อนของผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา
ท่าเรือน้ำลึกสงขลา 2
รวมถึงสะพานเศรษฐกิจสงขลา-สตูลเช่นนี้
ตนจะนำเสนอให้สภาพัฒน์ทบทวนโครงการทั้งหมดต่อไป
"เสียงสะท้อนจากคนจังหวัดสตูลทำให้ทราบว่า
โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา
ก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของจังหวัดสตูลมากมาย
ไม่ว่าแหล่งหญ้าทะเลที่บริเวณจะสร้างท่าเรือฯ
ซึ่งมีฝูงพะยูนหากิน
ทั้งมีปะการังเจ็ดสีที่ยังสมบูรณ์ที่สุดในฝั่งอันดามัน
อีกทั้งยังมีการเตรียมการจัดตั้งอุทยานธรณีละงู-ทุ่งหว้า-เภตรา-ตะรุเตา
ซึ่งเป็นแหล่งฟอสซิลระดับอาเซียน"
นางสาวอุ่นเรือน กล่าว