บราเดอร์ ขนทัพพรินเตอร์มัลติฟังก์ชั่น 5 รุ่น จับตลาดใหม่
บราเดอร์
มั่นใจรัฐบาลชุดใหม่ผลักดันตลาดไอซีทีครึ่งปีหลังเฟื่อง
เผยแผนการตลาดลุยจับตลาดใหม่
ตั้งเป้าดันยอดขายเติบโต
15% ล่าสุดส่งพรินเตอร์
มัลติฟังก์ชั่นใหม่ 5
รุ่น...
นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ
ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด
บริษัท บราเดอร์
คอมเมอร์เชี่ยล
(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
เชื่อว่าตลาดสินค้าไอทีช่วงครึ่งปีหลังจะมีแนวโน้มการเติบโตขึ้น
เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ที่ผลักดันให้ใช้อุปกรณ์ไอทีมากขึ้น
โดยถือเป็นสัญญาณที่ดีของผู้ค้าให้มีความมั่นใจเพิ่มขึ้น
ขณะที่ ในปี 2554
(ปีงบประมาณเม.ย. 2554-มี.ค.2555)
บราเดอร์ตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ที่
15% จากปี 2553
ที่ผ่านมาที่เติบโต 20%
ซึ่งผ่านมาแล้วในไตรมาส 1
เติบโตถึง 10%
เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่ผ่านมา
และคาดว่าในไตรมาส 2
จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง
อีกทั้ง
มองว่าภาพรวมตลาดพรินเตอร์ในปีนี้
น่าจะเติบโตอยู่ที่ 5-10%
เนื่องจากการเมืองในประเทศเริ่มนิ่ง
สินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการ
อีกทั้ง
หลายบริษัทออกสินค้าใหม่
ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด
บ.บราเดอร์ฯ กล่าวต่อว่า
แผนการทำตลาดจะเน้นขยายฐานลูกค้าจากเดิมที่เน้นกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็ก
หรือ เอสเอ็มอี และราชการ
โดยจะเข้าไปที่กลุ่มตลาดใหม่มากขึ้น
อาทิ กลุ่มเฮลล์แคร์
กลุ่มการเงินการธนาคารและประกันภัย
การศึกษา
เพราะกลุ่มเหล่านี้ยังมีศักยภาพการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง
และต้องการความคุ้มค่ากับคุณภาพเป็นหลัก
ในรูปแบบการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนั้น
บริษัทได้ตั้งพนักงานขายเพื่อมาจับกลุ่มนี้โดยเฉพาะ
และประสานงานกับดีลเลอร์ในการเข้าไปจำหน่ายสินค้า
สำหรับ
กลุ่มลูกค้าหลักของบราเดอร์ยังเป็นกลุ่มเอสเอ็มอีมีสัดส่วนอยู่ที่
50% รองลงมากลุ่มคอนซูเมอร์
30% และกลุ่มคอร์ปอเรท 20%
นายธีรวุธ กล่าวอีกว่า
บริษัทฯ
จะมุ่งเน้นไปที่ตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น
35% ในกรุงเทพฯ 65%
จากเดิมที่มี 70%
ต่างจังหวัด 30%
ซึ่งจะให้ความสำคัญในการตั้งทีมงานเข้าไปดูในส่วนของตลาดต่างจังหวัดโดยตรง
ให้สามารถทำงานใกล้ชิดกับพันธมิตรคู่ค้า
และคิดโปรแกรมส่งเสริมการขายเข้าไป
ส่วนช่องทางการจัดจำหน่ายขณะนี้มีคู่ค้า
250 ราย
ล่าสุด
บราเดอร์เปิดตัวพรินเตอร์มัลติฟังก์ชั่นแบบมัลติเซฟ
5 รุ่น ประกอบด้วย DCP-7055 DCP-7060D
MFC-7360 MFC-7470D และ MFC-7860DW
ที่มาพร้อมความประหยัดแบบสุดคุ้ม
ทั้งประหยัดกระดาษ
ประหยัดหมึก
ประหยัดพลังงาน
ประหยัดพื้นที่
ประหยัดเวลา
และประหยัดเงิน
ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่
5,490 บาท
โดยจะเน้นกลุ่มเอสเอ็มอี
องค์กร และโซโฮ อีกทั้ง
ตลาดทั้งปีมีแผนจะออกสินค้าใหม่ทั้งหมด
20
รุ่นให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย