“ฟุกุชิมาฮีโร่” ใครจะรู้ว่าพวกเขาคือคนงานที่ขาดความมั่นคง
ปาลิดา ประการะโพธิ์
คนงานกว่า 83,000 คน
ในโรงงานนิวเคลียร์ 18
แห่งของญี่ปุ่น 88%
เป็นคนงานสัญญาจ้างที่หมดสัญญาเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว
ที่โรงงานฟุกุชิมาไดอิจิ
89% ของแรงงาน 10,303
คนเป็นแรงงานสัญญาจ้างในช่วงนั้น
การจ้างงานในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นคนงานที่เสี่ยงอันตรายคือผู้รับเหมา
คนงานเหมาช่วง
และลูกจ้างชั่วคราว
ที่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์น้อยลดหลั่นกันลงไป
เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมาขณะที่คนทั้งโลกจับจ้องมองการกู้วิกฤตที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาไดอิจิ
รายงานชิ้นหนึ่งของนิวยอร์คไทม์
(Japanese Workers Braved Radiation for a Temp Job)
นำเสนออีกมุมมองหนึ่งต่อคนงานที่ถูกยกย่องเปรียบเสมือนฮีโร่
ว่าในอีกด้านหนึ่งพวกเขาเคยเป็นและเป็นเพียง
"คนงานที่ขาดความมั่นคง"
ผู้ได้รับผลประโยชน์เพียงน้อยนิดจากอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ที่มีมูลค่ามหาศาลของญี่ปุ่น
0 0 0
คนงานในอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของญี่ปุ่น
ส่วนใหญ่เป็นคนงานสัญญาจ้าง
ขาดความมั่นคง
และเสี่ยงต่อปัญหาเรื่องสุขภาพความปลอดภัย
(ที่มาภาพ: AFP)
คาโสะ ญี่ปุ่น -
เมื่อเกิดแผ่นดินไหวที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมาไดอิจิ
มาซายูกิ
อิชิซาว่าแทบจะยืนไม่ติดที่
เขาถือหมวกนิรภัยวิ่งออกจากห้องพักคนงานที่อยู่ใกล้ๆกับเตาปฏิกรณ์ที่
3
ไปยังกลุ่มคนงานที่กำลังทำการซ่อมแซมเตาปฏิกรณ์
เขาเห็นปล่องไฟและเครนสั่นไหวอย่างแรง
ทุกคนร้องตะโกนอย่างตื่นตระหนก
อิชิซาว่า คนงานชายวัย 55
ปี วิ่งไปที่ประตูกลาง
แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยกลับไม่ให้เขาออกไป
มีรถจอดเรียงกันเป็นแนวยาวที่หน้าประตู
และคนขับรถบางคนบีบแตรเสียงดัง
"ขอดูบัตรประจำตัวพนักงานหน่อย"
พนักงานรักษาความปลอดภัยถาม
ทั้งยังกล่าวกับเขาอีกว่าได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติตามขั้นตอนนี้
ทว่าคนพวกนี้ได้รับคำสั่งมาจากไหนกัน?
ใครเป็นคนสั่งหรือ?
"นี่นายพูดอะไรออกมาน่ะ?"
อิชิกาว่าตะโกนใส่พนักงานรักษาความปลอดภัยคนนั้น
เขามองข้ามไหล่ไปเห็นขอบฟ้าสีดำทะมึน
และเขาก็พูดว่า
"ไม่รู้หรือไงว่าซึนามิกำลังมา?"
กระทั่งในที่สุดอิชิกาว่าได้รับอนุญาตให้ออกจากพื้นที่ได้
เขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนิวเคลียร์
ไม่ใช่แม้กระทั่งลูกจ้างประจำของบริษัทโตเกียวอิเล็คทริกพาวเวอร์
แต่เขาเป็นเพียงหนึ่งในผู้คนหลายพันคน
ที่เป็นแรงงานชั่วคราวที่ไม่มีทักษะ
แต่รับจ้างทำงานที่เสี่ยงอันตรายกับกัมมันตภาพสังสีเพราะมีค่าจ้างสูงลิ่วมาล่อ
โดยภาพรวมแล้วผู้รับเหมาเหล่านี้มีการเปิดรับรังสีกว่า
16 เท่า
ในระดับที่สูงเท่ากับลูกจ้างของโตเกียวอิเล็คทริกได้รับเมื่อปีที่แล้ว
จากข้อมูลของสำนักงานความปลอดภัยนิวเคลียร์และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น
พบว่าแรงงานเหล่านี้ยังคงมีความสำคัญต่อวิกฤตนิวเคลียร์อีกมาก
แรงงานประเภทรองที่ทำงานเพื่อเงินที่น้อยกว่า
ความปลอดภัยในการทำงานน้อยกว่า
และได้ค่าตอบแทนจำนวนน้อยนิด
แรงงานดังกล่าวมีแต่จะเสียสุขภาพและทำให้ความปลอดภัยของโรงงานนิวเคลียร์ลดลงด้วย
นักวิเคราะห์ กล่าว
"นี่คือโลกที่คนมองไม่เห็นของพลังงานนิวเคลียร์"
โยโกะ ฟูจิตะ
อดีตอาจารย์ฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยเคโอและนักเคลื่อนไหวรณรงค์เพื่อสภาพแรงงานที่ดีขึ้นในโรงงานอุตสาหกรรมนิวเคลียร์
กล่าว
"ที่ไหนก็ตามที่มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่แย่
แรงงานเหล่านี้จะถูกสั่งให้ไปทำ
มันอันตรายสำหรับพวกเขา
และมันก็อันตรายต่อความปลอดภัยของนิวเคลียร์ด้วย"
มีแรงงานประมาณ 83,000 คน
ในโรงงานนิวเคลียร์ 18
แห่งของญี่ปุ่น 88%
เป็นพนักงานสัญญาจ้างระยะสั้นที่หมดสัญญาจ้างในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว
ที่โรงงานฟุกุชิมาไดอิจิ
89% ของแรงงาน 10,303
คนเป็นแรงงานสัญญาจ้างในช่วงนั้น
ในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นชนชั้นนำที่เป็นผู้ประกอบการและผู้ผลิตอย่างบริษัทโตเกียวอิเล็คทริก
ที่รักษาสิ่งแวดล้อมอย่างโตชิบาและฮิตาชิ
แต่ภายใต้บริษัทเหล่านั้นคือผู้รับเหมา
ผู้รับเหมาช่วง
และลูกจ้างชั่วคราว
กับค่าจ้างและผลประโยชน์การป้องกันรังสีลดน้อยลงลดหลั่นลงไป
จากการพูดคุยกับคนงานที่ฟุกุชิมาไดอิจิและคนอื่นๆ
ต่างให้ภาพหม่นไร้สีของคนงานที่ทำงานกับวงจรนิวเคลียร์
การต่อสู้กับปริมาณความร้อนที่มากระหว่างการทำความสะอาดเตาปฏิกรณ์และบ่อพักน้ำโดยใช้ไม้ถูพื้นและเศษผ้า
การเคลียร์ทางเพื่อผู้ตรวจ
ผู้เชี่ยวชาญ
และนายจ้างจากโตเกียวอิเล็คทริก
ทั้งยังต้องทำงานท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นเพื่อเติมเต็มถังด้วยด้วยของที่ปนเปื้อน
คนงานบางคนถูกว่าจ้างมาจากสถานก่อสร้างและบางส่วนเป็นเกษตรกรที่มองหารายได้เสริม
นอกเหนือจากนั้นยังมีการว่าจ้างจากผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น
ข้อมูลจากคนงานจำนวนหนึ่งที่ไม่เปิดเผยชื่อ
พวกเขาพูดถึงความกลัวจากการถูกไล่ออก
พวกเขาพยายามซ่อนบาดแผลเพื่อหลีกเลี่ยงการมีปัญหากับนายจ้าง
ผ้าพันแผลและพลาสเตอร์ยาถูกใช้เพื่อปกปิดรอยแผลและรอยฟกช้ำ
ในที่ที่อันตรายที่สุดอดีตคนงานและคนงานปัจจุบันพูดตรงกันว่า
ระดับรังสีนั้นสูงมาก
คนงานจะผลัดกันเข้าเปิดวาล์ว
2-3
วินาทีก่อนที่ผู้บังคับบัญชาที่มีนาฬิกาจับเวลาจะสั่งให้ถอยออก
เพื่อที่ว่าคนงานคนต่อไปได้มาเปิดต่อ
"ขณะนี้ยังมีความต้องการการทำงานลักษณะนี้ที่ฟุกุชิมาไดอิจิ
ที่มีเตาปฏิกรณ์สามเตาหยุดทำงานอัติโนมัติจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว"
คนงานกล่าว
และเมื่อมาตรการทางรังสีมาถึงขั้นสูงสุด
จากระดับการรับได้ต่อวัน
คือ 50
มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง
"เมื่อคุณได้รับรังสีถึงระดับนั้น
ก็จะไม่ได้ทำงานอีกต่อไป"
คนงานผู้ไม่เผยชื่อเนื่องจากกลัวจะถูกไล่ออก
กล่าว
ทาเคชิ คาวากามิ วัย 64 ปี
จำการปีนเข้าไปที่บ่อเชื้อเพลิงของเตาปฏิกรณ์หมายเลข
1 ที่ฟุกุชิมาไดอิจิ
เมื่อคราวซ่อมบำรุงประจำปีเมื่อประมาณทศวรรษที่
1980 ได้ดี
เพื่อขัดทำความสะอาดผนังที่เต็มไปด้วยรังสีด้วยแปรงและเศษผ้า
แรงงานทุกคนดำเนินการตั้งค่าให้เสียงเตือนหากถึงระดับความเสี่ยง
แต่คาวากามิอยู่ในนั้นกว่า
20 นาที
"มันแทบทนไม่ได้เลย
คุณต้องใส่หน้ากาก
แถมที่รัดแน่นมากด้วย"
ดาวากามิ กล่าว
"ผมเริ่มรู้สึกวิงเวียน
ผมมองไม่เห็นแม้กระทั่งการกระทำของตัวเอง
ผมคิดว่าผมจะจมกองเหงื่อตัวเองตายเสียแล้ว"
นับตั้งแต่กลางทศวรรษที่
1970 อดีตคนงานประมาณ 50 คน
เป็นโรคลูคิเมียและโรคมะเร็งแบบอื่นๆ
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพกล่าวว่าอดีตคนงานหลายคนกำลังประสบปัญหาทางด้านสุขภาพอันเป็นผลมาจากการทำงานกับนิวเคลียร์
มันยากที่จะแก้ไขโดยตรง
และนายคาวากามิได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารและลำไส้
มีข่าวร้ายของคนงานปรากฏเป็นระยะๆในรายงานความปลอดภัย
หนึ่งในนั้นถูกนำเสนอโดยบริษัทโตเกียวอิเล็คทริกให้แก่รัฐบาลของจังหวัดฟุกุชิมะ
เมื่อเดือนตุลาคม 2010
เกิดอุบัติเหตุในระหว่างที่คนงานประจำที่กำลังเช็ดกังหัน
และถูกรังสีระดับที่เป็นอันตรายโดยไม่ตั้งใจ
หลังจากใช้ผ้าขนหนูที่ใช้เช็ดกังหันมาเช็ดหน้า
ในการตอบสนองของบริษัทกล่าวในรายงานว่า
ควรจะมีผ้าขนหนูพิเศษสำหรับเช็ดเหงื่อของคนงาน
ทุกวันนี้แรงงานถูกอพยพจากฟุกุชิมาไดอิจิหลังจากแผ่นดินไหวและซึนามิเมื่อวันที่
11 มีนาคม นับแต่นั้นมา
ใครก็ตามที่จะกลับเข้าไปจะได้รับการป้องกันอย่างเข้มงวดจากสื่อมวลชน
ส่วนมากพวกเขาจะอยู่ในพื้นที่ปิดสำหรับคนงานที่นักข่าวไม่สามารถเข้าถึงได้
แต่มีสัญญาณบ่งบอกว่ามีการทำงานอยู่บริเวณนั้น
คนงานเหมาช่วงสองคนได้รับบาดเจ็บเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วขณะที่พวกเขาเดินในน้ำที่มีสารกัมมันตรังสี
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21
มีนาคม
คนงานคนอื่นๆก็ได้รับสารกัมตรังสีเกินขนาดกว่า
100 มิลลิซีเวิร์ตต่อวัน
หรือระดับรังสีขั้นวิกฤตที่ตั้งไว้สำหรับคนงาน
(และเพิ่มขึ้นเป็น 250
มิลลิซีเวิร์ตต่อวัน
เมื่อมีนาคมที่ผ่านมา)
บริษัทปฏิเสธที่จะพูดว่ามีจำนวนคนงานที่ได้รับรังสีเกินค่ามาตรฐานนั้นมีเท่าใด
คนงานประมาณ 300
คนอยู่ที่เตาปฏิกรณ์
คนงาน 45
คนถูกจ้างโดยผู้รับเหมา
แรงงานถูกนำกลับไปยังเตาปฏิกรณ์โดยมีค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นประกอบกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นด้วย
นายอิชิซาวา
บ้านอยู่ห่างประมาณ 1
ไมล์จากโรงงานนิวเคลียร์
ได้ย้ายไปอยู่เมืองอื่นหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว
เขากล่าวว่าเขาถูกเรียกตัวจากนายจ้างเก่าที่เสนอค่าจ้าง
350 เหรียญสหรัฐ/2 ชม.
ของการทำงาน
มีการจ่ายเงินมากกว่าสองครั้งก่อนหน้านี้
เพื่อร่วมงานบางคนของเขาถูกเสนอเงินถึง
1,000 เหรียญสหรัฐ/วัน
แต่เมื่อได้ทราบข่าวของการรั่วไหลของรังสีทำให้นายอิชิซาวาปฏิเสธที่จะกลับไป
เงื่อนไขในการทำงานถูกปรับให้ดีขึ้นหลายปีแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญ กล่าว
ในขณะที่ความเสี่ยงต่อคนงานลดลงในปี
1990
ชี้ให้เห็นว่าเป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่ดีขึ้น
รัฐบาลแสดงอัตราที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี
2000
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเกิดอุบัติเหตุมากขึ้นจากเครื่องปฏิกรณ์
นอกจากนี้จำนวนของคนงานในภาคอุตสาหกรรมได้เพิ่มขึ้น
เท็ดซึน นากาจิมา
เจ้าอาวาสวัดเมียวสึจิอายุ
1,200 ปี
ในเมืองโอบามะใกล้กับทะเลญี่ปุ่น
ได้ทำการรณรงค์เพื่อสิทธิของคนงานตั้งแต่ปีทศวรรษ
1970
เมื่อเริ่มต้นสร้างสาธารณูปโภคในท้องถิ่น
มีการสร้างเครื่องปฏิกรณ์ตามแนวชายฝั่งปัจจุบันมีที่งหมด
15 แห่ง
และเขายังก่อตั้งสหภาพแรงงานโรงงานนิวเคลียร์เป็นครั้งแรกอีกด้วย
"สหภาพแรงงานมีนโยบาย 19
ข้อต่อผู้ประกอบการโรงงาน
รวมทั้งกระตุ้นให้ผู้ประกอบการไม่ปลอมระเบียนรังสีและไม่บังคับให้คนงานโกหกผู้ตรวจของราชการเกี่ยวกับขั้นตอนความปลอดภัย
แม้ว่าคนงานกว่า 180
คนเป็นสมาชิกของสหภาพ
ผู้นำของสหภาพจะถูกเยี่ยมโดยพวกนักเลงเร็วๆนี้
โดยนักเลงกลุ่มนี้เคยเตะประตูและข่มขู่ครอบครัวของพวกเขา"
เท็ดซึน กล่าว
"พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้พูด"
นากาจิมะ กล่าว
"เมื่อคุณเข้าสู่โรงงานนิวเคลียร์
ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกเก็บเป็นความลับ"
เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา
บทสนทนาระหว่างคนงานฟุกุชิมาไดอิจิที่บริเวณพื้นที่ให้สูบบุหรี่ศูนย์ของผู้โยกย้าย
มีประเด็นเกี่ยวกับจะอยู่หรือจะกลับไปที่โรงงาน
บางคนพูดว่าทำงานก่อสร้างยังจะดูปลอดภัยกว่า
"คุณเห็นรูโหว่ที่พื้น
แต่คุณมองไม่เห็นรังสีหรอก"
คนงานคนหนึ่งกล่าว
นายอิชิซาวา
คนงานแค่เพียงคนเดียวที่ยอมเปิดเผยชื่อกล่าวว่า
"ผมจะกลับไปที่โรงงานอีกในสักวันหนึ่ง
แต่ผมต้องอดอาหาร"
นอกจากงานของเขาที่ไดอิจิ
เขาได้ทำงานที่โรงไฟฟ้าความร้อนและโครงการก่อสร้างทางหลวงในพื้นที่
สำหรับตอนนี้เขากล่าวว่าเขาจะอยู่ห่างจากอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ไว้ก่อน
"เราอยากได้งาน
แต่ก็ต้องเป็นงานที่ปลอดภัยสำหรับเราด้วย"
ที่มา :
Japanese Workers Braved Radiation for a Temp Job (HIROKO TABUCHI,
www.nytimes.com, April 9, 2011)
แก้ไขคำผิด: 4 พ.ค.54 (11.24 น.)