มอ.จับมือ สกว.พัฒนาปาล์มน้ำมัน ตั้งเป้าผลิตพันธุ์ชั้นดีป้อนเกษตรกร
ปรัชญเกียรติ ว่าโร๊ะ
โรงเรียนนักข่าวชายแดนใต้
ศูนย์เฝ้าระวังสถานณ์ภาคใต้
(dsj)
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9
พฤษภาคม 2554 ที่ห้องบรรยาย 102
คณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
วิทยาเขตหาดใหญ่
มิพิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์กับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
(สกว.)
สนับสนุนการวิจัยในหัวข้อ
"การบริหารจัดการเชื้อพันธุกรรมปาล์มน้ำมัน
เพื่อการผลิตเมล็ดพันธุ์ลูกผสมเทเนอราเชิงพาณิชย์"
ระหว่างนายบุญสม
ศิริบำรุงสุข
อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
กับนายสวัสดิ์
ตันตระรัตน์
ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
บุญสม ศิริบำรุงสุข
อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
และสวัสดิ์ ตันตระรัตน์
ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
(สกว.)
ร่วมลงนามให้การสนับสนุนการวิจัยพันธุ์ปาล์มน้ำมันพันธุ์ทรัพย์
ม.อ. 1
โดยคณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
นายบุญสม เปิดเผยว่า
การวิจัยหัวข้อดังกล่าว
เป็นการวิจัยต่อเนื่องจากการวิจัยการพัฒนาพันธุ์ปาล์มน้ำมันลูกผสมเทเนอราพันธุ์ดีของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ซึ่งผลทดสอบพันธุ์ลูกผสมเทเนอราในชั่วรุ่นลูก
เมื่อปาล์มอายุ 3-4 ปี
พบว่าให้ผลผลิตทะลาย 2.1
ตันต่อไร่ต่อปี
และเมื่อปาล์มอายุ 7-8 ปี
ให้ผลผลิตทะลาย 5.8
ตันต่อไร่ต่อปี
ซึ่งเป็นระดับผลผลิตที่สูงกว่าผลผลิตปาล์มน้ำมันทั่วไป
ที่เฉลี่ยทั่วประเทศของปี
2553 อยู่ที่ 2.3
ตันต่อไร่ต่อปี
"เป็นไปได้ว่า
เชื้อพันธุกรรมปาล์มน้ำมันของคณะทรัพยากรธรรมชาติ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ซึ่งปรับปรุงพันธุ์เป็นประชากรพ่อแม่พันธุ์ดูราและฟิสิเฟอรารอบใหม่
สามารถนำมาผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ชั้นดี
เผยแพร่ให้เกษตรกรนำไปปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิตได้ในอนาคต
โดยใช้ชื่อปาล์มน้ำมันพันธุ์ใหม่นี้ว่า
พันธุ์ทรัพย์ ม.อ. 1"
นายบุญสม กล่าว
สำหรับปาล์มน้ำมัน
จัดเป็นพืชน้ำมันชนิดเดียวของโลก
ที่ให้ผลผลิตน้ำมันต่อหน่วยพื้นที่สูงที่สุด
เมื่อเปรียบเทียบกับพืชน้ำมันอื่นทุกชนิด
และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่างๆ
ได้อย่างหลากหลาย
ทั้งในด้านอุปโภคและบริโภค
รวมทั้งนำผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซล
ขณะที่วัสดุเหลือทิ้งในโรงงานสกัดปาล์มน้ำมัน
ยังนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าได้ด้วยจากการประเมินมูลค่าการผลิตภัณฑ์หลักที่ได้จากปาล์มน้ำมันของไทย
พบว่าในปี 2553
มีมูลค่ารวมทุถกผลิตภัณฑ์มากกว่า
1 แสนล้านบาท
ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันประมาณ
4 ล้านไร่ จัดเป็นอันดับ 4
ของโลก
รองจากประเทศอินโดนีเซีย
มาเลเซีย
และไนจีเรียตามลำดับ
มีผลิตทะลายเฉลี่ยต่อไร่จัดอยู่ในอันดับ
2-4 ของโลก
โดยมีผลผลิตทะลายเฉลี่ยต่อไร่ต่ำกว่าประเทศมาเลเซีย
แต่สูงกว่าประเทศอินโดนีเซีย
และโคลัมเบียในบางปีการผลิต