มาร์คกำชับรมต. ห้ามอื้อฉาว ยึดพระราชดำรัส
"มาร์ค" กำชับ รัฐมนตรี ยึด
พระราชดำรัสในหลวง
ครม.หมดเวลาทำประชาชนผิดหวัง
ลั่นห้ามมีเรื่องอื้อฉาวอีก
ให้เอกสาร
รมต.ใช้แจงเหตุจลาจล-สลายม็อบในไทยต่อ
ตปท...
ในการประชุม ครม.
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2553
ซึ่งมีนายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
เป็นประธานในห้องประชุม
ครม. นายกรัฐมนตรี
ได้แสดงความยินดีแก่รัฐมนตรีใหม่
ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
ทั้งนี้นายกฯ
ยังได้แจกเอกสารสำเนา
กระแสพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่ได้ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่นายกฯและรัฐมนตรี
ในโอกาสเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับหน้าที่
เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.
ที่ผ่านมา แจกจ่ายแก่ ครม.
โดยนายกฯ
ได้กล่าวย้ำกับครม.ว่า
ขอให้ครม.ทุกท่านยึดตามกระแสพระราชดำรัสที่ในหลวงทรงเน้นย้ำ
ว่า ขอให้ครม.ตั้งใจ
ทำงานด้วยความซื่อสัตย์
สุจริตและเสียสละ
ขอให้ท่านตั้งใจทำงานเพื่อส่วนรวมได้สำเร็จ
ถ้ามีคนขัดขวางก็อย่าไปใส่ใจ
ท่านจงเอาใจใส่แต่งานที่ดีที่ท่านจะทำสำหรับส่วนรวมก็จะทำได้
“ผมขอให้
ครม.ทุกคนตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่
ครม.ชุดนี้ไม่โอกาสที่จะทำให้ประชาชนผิดหวังอีกแล้ว
และอย่าให้มีเรื่องอื้อฉาว”
นายกรัฐมนตรี กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
นอกจากนี้ในช่วงท้ายของการประชุมประชุม
ครม.
นายกฯยังได้แจ้งต่อครม.ว่า
มี 3-4 เรื่องที่จะขอฝากครม.
ไว้ คือ 1.
ได้แจกเอกสารสรุปประเด็นการอภิปรายทั่วไป
เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล
หนาจำนวน 42 หน้า ไว้ให้ครม.
ขอให้ทุกคนได้ไปดูด้วยว่าอะไรที่เป็นประเด็นที่มีการตั้งคำถามก็ขอให้ไปรวบรวมข้อเท็จจริงต่างๆ
เพื่อไปชี้แจงให้เกิดความเข้าใจในข้อเท็จจริงที่ถูกต้องด้วย
ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายตนหรือรัฐมนตรีท่านอื่น
ๆ ทุก ๆ คน
ตนจะมาตรวจสอบดูอีกที
ถ้ามีอะไรเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการชี้แจง
และตนก็จะตรวจสอบด้วย
อย่างกรณีเรื่องเหตุการณ์การชุมนุมและเหตุการณ์จลาจลที่ผ่านมาทั้งตน
และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
รองนายกฯ
ฝ่ายความมั่นคงก็ยังได้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ
ชุดที่มี นายคณิต ณ นคร
เป็นประธานมาเพื่อดำเนินการเลย
นอกจากเอกสารสรุปประเด็นการอภิปรายฯแล้ว
ก็ยังมีเอกสารชี้แจงเหตุการณ์ก่อความไม่สงบและการจลาจล
ที่เกิดขึ้น
ที่จัดทำเป็นภาษาอังกฤษ
ที่ขอให้รัฐมนตรีทุกท่านที่หากมีภารกิจต้องเจรจากับต่างประเทศก็ขอให้ใช้เอกสารฉบับนี้ในการชี้แจงสถานการณ์เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย
ส่วนเรื่องที่ 2.
เรื่องที่เกี่ยวเนื่องมาจากการชุมนุมของกลุ่มนปช.ที่ผ่านมา
มีปัญหาเรื่องอาวุธสงครามเป็นจำนวนมาก
จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงกลาโหม
กระทรวงมหาดไทย
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(สตช.)
ไปตรวจสอบปัญหาเรื่องนี้แล้วรายงานกลับมาให้ครม.รับทราบภายใน
2 สัปดาห์ เรื่องที่ 3 .
ปัญหาหนี้นอกระบบ
จากจำนวนผู้ที่มาลงทะเบียนมีประมาณ
750,000 ราย
มีจำนวนที่เข้าระบบแล้วประมาณ
740,000 ราย หรือคิดเป็น 97%
อย่างไรก็ตาม
พบว่าขณะนี้คนที่เป็นหนี้นอกระบบที่กำลังเข้าสู่กระบวนการได้รับการอนุมัติเงินกู้เพียงหมื่นกว่าราย
จากจำนวนคนที่ยื่นขออนุมัติการกู้เงินไปแล้ว
5 แสนราย
แต่เพิ่งได้รับอนุมัติไปเพียงหมื่นกว่ารายหรือประมาณ
2%
จึงขอให้ทางกระทรวงการคลังเร่งไปแก้ไขปัญหานี้โดยด่วนด้วย
เพราะ
ยังถือว่าแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรหรือผู้ที่เดือดร้อนได้น้อยมาก
นอกจากนี้นายกฯ
ยังกล่าวฝาก เรื่องที่ 4
คือ
ปัญหาเรื่องการพนันฟุตบอลโลกที่กำลังจะเริ่มขึ้นขอให้ทางกระทรวงวัฒนะรรม
กระทรวงไอซีทีและสำนักงานตำรวจแห่งชาติผสตช.)
ไปดูแลให้ดี
อย่าปล่อยให้มีการปัญหาเรื่องการแทงพนันฟุตบอลโลก
ขอให้ควบคุมเรื่องการพนันกันให้ดี