มาร์คลิ้นพันแจง ขยายถนน โสภณยันไม่ผิด
นายกฯยันยกเลิกขยายถนน
กม.ที่ 10-16 ขึ้นเขาใหญ่ โยน 2
กระทรวงเร่งฟื้นฟูข้างทาง
กม.ที่ 2-10
พร้อมรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย
ขณะที่ รมว.คมนาคม
ยืนยันทำตามระเบียบ
เล็งสำรวจเส้นทางที่จะก่อสร้างถนนทั่วประเทศ....
เมื่อวันที่ 9
มิ.ย.นายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
กล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงคมนาคมที่กรมทางหลวงตัดต้นไม้เพื่อขยายถนนเข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
จ.นครราชสีมา
ที่ยังมีความสับสนไม่ชัดเจนว่า
หลักคือโครงการนี้ขยายถนนกิโลเมตร
(กม.)ที่ 2-10 ขอย้ำว่า
เป็นพื้นที่นอกอุทยานไกลจากด่าน
13 กิโลเมตร
และที่จะขยายต่อกม.ที่ 10-16
ซึ่งมีงบประมาณอยู่รัฐบาลยกเลิก
ส่วนกม.ที่ 2-10 ทั้ง 2
กระทรวงต้องไปตกลงกัน
โดยต้องมีแผนฟื้นฟูข้างทางที่ชัดเจน
ไม้ที่ตัดไปแล้วทั้งหมดต้องไม่นำไปใช้อย่างอื่นยกเว้นเพื่อประโยชน์ของอุทยานเท่านั้น
ส่วนปัญหาของการขยายถนนเช่นเดียวกันนี้
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
กำลังให้ทางกระทรวงทรัพย์ฯกลับไปดูว่า
จะมีการปรับปรุงแนวทางอย่างไร
โดยเฉพาะพื้นที่จะต้องมีการดำเนินการเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
เพื่อทำเป็นเขตควบคุมสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย
สุดท้ายมีการตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็นประธานฯเพื่อสอบสวนว่าการตัดต้นไม้ที่ผ่านมามี
ใครกระทำผิดหรือไม่อย่างไรใครต้องรับผิดชอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า
หมายความว่ากม.ที่ 2-10
เดินหน้าขยายเป็น 4
ช่องทางเหมือนเดิม
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
ขณะนี้ให้ 2
กระทรวงไปดูอีกครั้ง
แต่เบื้องต้นที่ได้สอบถามไปเมื่อวันที่
8 มิ.ย.
ทางกระทรวงทรัพยฯไม่ขัดข้อง
เมื่อถามว่า
กลุ่มอนุรักษ์ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้หยุดขยายถนนทั้งหมดเลย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
ตนก็อยากให้ 2
กระทรวงรับฟังเหตุผลและแลกเปลี่ยนของกลุ่มต่างๆที่ออกมาคัดค้านจะได้ชี้แจงกันไป
เมื่อถามว่า
กลุ่มอนุรักษ์ระบุว่านายกฯได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากหน่วยราชการ
จะตรวจสอบหรือไม่ว่า
มีการหมกเม็ดให้ข้อมูลไม่ถูกต้องจริงหรือไม่
นายกรัฐมนตรี ซักกลับว่า
ส่วนไหน
เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่า
ส่วนการก่อสร้าง
นายกรัฐมนตรี ถามกลับว่า
ไม่ถูกต้องในเรื่องไหน
เมื่อผู้สื่อข่าวแย้งว่า
การก่อสร้างยังไม่ลาดยางน่าจะยกเลิกได้
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
"เขาไม่ได้รายงานเรื่องนี้
เขารายงานเพียงแต่เรื่องของต้นไม้
ยังไม่ได้รายงานเรื่องถนนเลยและก็เราให้
2
กระทรวงไปดูความเหมาะสมในเรื่องของรูปแบบถนน
และการฟื้นฟู"
นายกรัฐมนตรี
กล่าวด้วยว่า ทั้ง 2
กระทรวงต้องไปดูความเหมาะสมเพราะมีโครงการลักษณะนี้ค่อนข้างมาก
แต่ที่ละเอียดอ่อนเพราะคนมีความรู้สึกว่ามันคือเขาใหญ่
กระทรวงคมนาคมพยายามบอกว่าจริงๆแล้วมันห่างออกมาค่อนข้างเยอะ
และห่างออกมาจากแนวกันชนเขตอุทยานด้วยซ้ำ
ซึ่งเรากำลังแก้ด้วยการไปประกาศเป็นเขตให้ใกล้เข้ามาอีก
ซึ่งพื้นที่ตรงนั้น2
กระทรวงจะไปดูร่วมกัน
เมื่อถามว่า
การประกาศเขตควบคุมรอบอุทยานจะทำเฉพาะเขาใหญ่ที่มีปัญหาไม่ได้ทำหรือป้องกัน
ในเขตอุทยานอื่นๆหรือไม่
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า
จะไปดูว่ามีพื้นที่อื่นๆอีกหรือไม่
ปัจจุบันมันมีเขตควบคุมอยู่แล้ว
แต่พื้นที่นี้มันห่างออกมา
แต่กระนั้นเขาใหญ่มันควรจะเพิ่มก็จะประกาศเพิ่มเข้าไป
ต่อข้อถามถึง
กรณีที่ทางหลวงจะมีโครงการมอเตอร์เวย์
6
ช่องจราจรไปเขาใหญ่และอุโมงค์ด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
ยังไม่มีการเสนอเรื่องนี้
เมื่อถามต่อว่า
การจะทำโครงการลักษณะนี้นายกฯมีนโยบายอย่างไร
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า
ตนต้องไปดูเส้นทาง
เพราะพูดกันก็เข้าใจกันไปคนละเรื่องเพราะไม่เคยทราบว่าจะมีแนวทางจะทำ
มอเตอร์เวย์ไปเขาใหญ่
เมื่อถามถึงนโยบายการพัฒนากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของรัฐบาล
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า
ชัดเจนอยู่แล้ว
เรามีกฎระเบียบทุกอย่างกำกับและตอนนี้จะทำให้เข้มงวดกวดขันให้มากขึ้น
ด้านนายโสภณ ซารัมย์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
กล่าวยืนยันว่า
มติคณะรัฐมนตรี (ครม.)
เมื่อวันที่ 8
มิ.ย.ยังคงให้กรมทางหลวงดำเนินโครงการขยายถนนธนรัตน์
ทางหลวง 2090 กิโลเมตรที่ 2-10
ได้
เพราะมีการดำเนินการไปแล้ว
และเห็นว่าไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ
ที่ทำผิดระเบียบ
แต่ในส่วนของโครงการต่อเนื่อง
กิโลเมตรที่ 11
เป็นต้นไปนั้นยังคงต้องระงับ
เพื่อศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมก่อน
ส่วนไม้ที่ถูกตัดไปแล้วนั้นคณะกรรมการฟื้นฟูที่
ครม.ตั้งขึ้น
ก็จะเข้าไปตรวจสอบ
และจะมีการส่งมอบไม้ทั้งหมดให้ใช้ในกิจการของอุทธยานแห่งชาติเขาใหญ่
พร้อมกันนั้นกระทรวงคมนาคมจะเข้าไปสำรวจเส้นทางที่จะก่อสร้างถนนทั่วประเทศ
ที่สุ่มเสี่ยงจะเกิดปัญหา
และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอย่างกรณีนี้
"ผมยืนยันว่าที่ผ่านมาได้ดำเนินการ
ตามระเบียบ
กฎหมายที่กำหนดไว้
แต่หากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เห็นว่าไม่เหมาะสม
ก็ควรไปแก้ไขระเบียบเพิ่มเติม
กระทรวงคมนาคมก็ยินดีทำตามกฎระเบียบ
กฎหมายของประเทศต้องอยู่บรรทัดฐานเดียวกัน"โสภณ
กล่าวและว่า
ส่วนปัญหาระหว่างชาวบ้าน
2 ฝ่าย
ที่มีความเห็นไม่ตรงกันนั้น
ก็จะมีคณะกรรมการเข้าไปชี้แจง
และเชื่อมั่นว่า
ชาวบ้านจะยอมรับโครงการ
เพราะทำขึ้นมาเพื่อชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นได้ใช้ประโยชน์จริงๆ.