ข่าว การเมือง → มาร์คลิ้นพันแจง ขยายถนน โสภณยันไม่ผิด

มาร์คลิ้นพันแจง ขยายถนน โสภณยันไม่ผิด

วันที่ 09-06-2010

มาร์คลิ้นพันแจง ขยายถนน โสภณยันไม่ผิด นายกฯยันยกเลิกขยายถนน กม.ที่ 10-16 ขึ้นเขาใหญ่ โยน 2 กระทรวงเร่งฟื้นฟูข้างทาง กม.ที่ 2-10 พร้อมรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย ขณะที่ รมว.คมนาคม ยืนยันทำตามระเบียบ เล็งสำรวจเส้นทางที่จะก่อสร้างถนนทั่วประเทศ.... เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงคมนาคมที่กรมทางหลวงตัดต้นไม้เพื่อขยายถนนเข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ที่ยังมีความสับสนไม่ชัดเจนว่า หลักคือโครงการนี้ขยายถนนกิโลเมตร (กม.)ที่ 2-10 ขอย้ำว่า เป็นพื้นที่นอกอุทยานไกลจากด่าน 13 กิโลเมตร และที่จะขยายต่อกม.ที่ 10-16 ซึ่งมีงบประมาณอยู่รัฐบาลยกเลิก ส่วนกม.ที่ 2-10 ทั้ง 2 กระทรวงต้องไปตกลงกัน โดยต้องมีแผนฟื้นฟูข้างทางที่ชัดเจน ไม้ที่ตัดไปแล้วทั้งหมดต้องไม่นำไปใช้อย่างอื่นยกเว้นเพื่อประโยชน์ของอุทยานเท่านั้น ส่วนปัญหาของการขยายถนนเช่นเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กำลังให้ทางกระทรวงทรัพย์ฯกลับไปดูว่า จะมีการปรับปรุงแนวทางอย่างไร โดยเฉพาะพื้นที่จะต้องมีการดำเนินการเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อทำเป็นเขตควบคุมสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย สุดท้ายมีการตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็นประธานฯเพื่อสอบสวนว่าการตัดต้นไม้ที่ผ่านมามี ใครกระทำผิดหรือไม่อย่างไรใครต้องรับผิดชอบ ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายความว่ากม.ที่ 2-10 เดินหน้าขยายเป็น 4 ช่องทางเหมือนเดิม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ให้ 2 กระทรวงไปดูอีกครั้ง แต่เบื้องต้นที่ได้สอบถามไปเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. ทางกระทรวงทรัพยฯไม่ขัดข้อง เมื่อถามว่า กลุ่มอนุรักษ์ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้หยุดขยายถนนทั้งหมดเลย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนก็อยากให้ 2 กระทรวงรับฟังเหตุผลและแลกเปลี่ยนของกลุ่มต่างๆที่ออกมาคัดค้านจะได้ชี้แจงกันไป เมื่อถามว่า กลุ่มอนุรักษ์ระบุว่านายกฯได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากหน่วยราชการ จะตรวจสอบหรือไม่ว่า มีการหมกเม็ดให้ข้อมูลไม่ถูกต้องจริงหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ซักกลับว่า ส่วนไหน เมื่อผู้สื่อข่าวตอบว่า ส่วนการก่อสร้าง นายกรัฐมนตรี ถามกลับว่า ไม่ถูกต้องในเรื่องไหน เมื่อผู้สื่อข่าวแย้งว่า การก่อสร้างยังไม่ลาดยางน่าจะยกเลิกได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "เขาไม่ได้รายงานเรื่องนี้ เขารายงานเพียงแต่เรื่องของต้นไม้ ยังไม่ได้รายงานเรื่องถนนเลยและก็เราให้ 2 กระทรวงไปดูความเหมาะสมในเรื่องของรูปแบบถนน และการฟื้นฟู" นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ทั้ง 2 กระทรวงต้องไปดูความเหมาะสมเพราะมีโครงการลักษณะนี้ค่อนข้างมาก แต่ที่ละเอียดอ่อนเพราะคนมีความรู้สึกว่ามันคือเขาใหญ่ กระทรวงคมนาคมพยายามบอกว่าจริงๆแล้วมันห่างออกมาค่อนข้างเยอะ และห่างออกมาจากแนวกันชนเขตอุทยานด้วยซ้ำ ซึ่งเรากำลังแก้ด้วยการไปประกาศเป็นเขตให้ใกล้เข้ามาอีก ซึ่งพื้นที่ตรงนั้น2 กระทรวงจะไปดูร่วมกัน เมื่อถามว่า การประกาศเขตควบคุมรอบอุทยานจะทำเฉพาะเขาใหญ่ที่มีปัญหาไม่ได้ทำหรือป้องกัน ในเขตอุทยานอื่นๆหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จะไปดูว่ามีพื้นที่อื่นๆอีกหรือไม่ ปัจจุบันมันมีเขตควบคุมอยู่แล้ว แต่พื้นที่นี้มันห่างออกมา แต่กระนั้นเขาใหญ่มันควรจะเพิ่มก็จะประกาศเพิ่มเข้าไป ต่อข้อถามถึง กรณีที่ทางหลวงจะมีโครงการมอเตอร์เวย์ 6 ช่องจราจรไปเขาใหญ่และอุโมงค์ด้วย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่มีการเสนอเรื่องนี้ เมื่อถามต่อว่า การจะทำโครงการลักษณะนี้นายกฯมีนโยบายอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนต้องไปดูเส้นทาง เพราะพูดกันก็เข้าใจกันไปคนละเรื่องเพราะไม่เคยทราบว่าจะมีแนวทางจะทำ มอเตอร์เวย์ไปเขาใหญ่ เมื่อถามถึงนโยบายการพัฒนากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ชัดเจนอยู่แล้ว เรามีกฎระเบียบทุกอย่างกำกับและตอนนี้จะทำให้เข้มงวดกวดขันให้มากขึ้น ด้านนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวยืนยันว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ยังคงให้กรมทางหลวงดำเนินโครงการขยายถนนธนรัตน์ ทางหลวง 2090 กิโลเมตรที่ 2-10 ได้ เพราะมีการดำเนินการไปแล้ว และเห็นว่าไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ ที่ทำผิดระเบียบ แต่ในส่วนของโครงการต่อเนื่อง กิโลเมตรที่ 11 เป็นต้นไปนั้นยังคงต้องระงับ เพื่อศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมก่อน ส่วนไม้ที่ถูกตัดไปแล้วนั้นคณะกรรมการฟื้นฟูที่ ครม.ตั้งขึ้น ก็จะเข้าไปตรวจสอบ และจะมีการส่งมอบไม้ทั้งหมดให้ใช้ในกิจการของอุทธยานแห่งชาติเขาใหญ่ พร้อมกันนั้นกระทรวงคมนาคมจะเข้าไปสำรวจเส้นทางที่จะก่อสร้างถนนทั่วประเทศ ที่สุ่มเสี่ยงจะเกิดปัญหา และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอย่างกรณีนี้ "ผมยืนยันว่าที่ผ่านมาได้ดำเนินการ ตามระเบียบ กฎหมายที่กำหนดไว้ แต่หากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เห็นว่าไม่เหมาะสม ก็ควรไปแก้ไขระเบียบเพิ่มเติม กระทรวงคมนาคมก็ยินดีทำตามกฎระเบียบ กฎหมายของประเทศต้องอยู่บรรทัดฐานเดียวกัน"โสภณ กล่าวและว่า ส่วนปัญหาระหว่างชาวบ้าน 2 ฝ่าย ที่มีความเห็นไม่ตรงกันนั้น ก็จะมีคณะกรรมการเข้าไปชี้แจง และเชื่อมั่นว่า ชาวบ้านจะยอมรับโครงการ เพราะทำขึ้นมาเพื่อชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นได้ใช้ประโยชน์จริงๆ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง