ข่าว เทคโนโลยี → ย้อนดูคำทำนายภัยคุกคามครึ่งปีที่ผ่านมาจาก 'ฟอร์ติเน็ต'

ย้อนดูคำทำนายภัยคุกคามครึ่งปีที่ผ่านมาจาก 'ฟอร์ติเน็ต'

วันที่ 15-07-2011

ย้อนดูคำทำนายภัยคุกคามครึ่งปีที่ผ่านมาจาก 'ฟอร์ติเน็ต' เปิดคำทำนายแนวโน้มความปลอดภัยของ “ฟอร์ติเน็ต” จากการคาดการณ์เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หลังจากผ่านไปแล้วครึ่งปี... เมื่อ 13 ธ.ค.2553 ศูนย์แลปฟอร์ติการ์ต (FortiGuard Lab) ของฟอร์ติเน็ตได้เปิดเผยข้อมูลจากทีมงานวิจัย และได้ทำนายแนวโน้มด้านความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดของปี 2554 ว่าเราจะประสบกับเหตุการณ์ใดบ้าง ปัจจุบัน เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงกลางปีแล้ว หากจะย้อนกลับไปดูคำทำนายเหล่านั้นก็คงจะเป็นเรื่องที่น่าสนุก... 13 ธ.ค.ปีที่แล้ว ศูนย์แลปฟอร์ติการ์ต คาดการณ์ว่าจะเห็นความร่วมมือในการทำงานร่วมกันทั่วโลกเพิ่มขึ้น ปัจจุบัน ฟอร์ติการ์ตกล่าวว่า น่ายินดีที่เรื่องดังกล่าวเป็นจริงตั้งแต่ต้นปี เรามีความรู้สึกได้ว่าจะมีการจัดสรรทรัพยากรสำหรับการป้องกันด้านอาชญากรรมไซเบอร์และลดการแพร่กระจายของบ็อตเน็ตมากขึ้น ผ่านมาครึ่งปี จะเห็นได้ว่ามีการกิจกรรมที่พยายามหยุดยั้งมากมาย อาทิ ทีมงานในสหรัฐได้กำจัด Coreflood และ Rustock ซึ่งหลังจากกำจัด Rustock ลงได้ 2 เดือน ทำให้สแปมมีอัตราการลดลงถึง 15% ในเดือนมิ.ย. เอฟบีไอได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานทั่วทุกมุมโลกเพื่อยึดเครื่องที่ Scareware นำมาใช้ทำงานผิดๆ ซึ่งมีการประเมินว่าสามารถทำผลกำไรได้ถึง 72 ล้านเหรียญสหรัฐ และแพร่ให้เครื่องเกือบล้านเครื่องติดเชื้อไวรัส ในกรณีประธานาธิบดีโอบามา ถึงกับแสดงความเป็นห่วงเมื่อเขาประกาศแผนการ Cybersecurity สากลในเดือนพ.ค. และเมื่อเร็วๆ นี้ สหภาพยุโรปได้ขอให้มีการลงโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับผู้ที่กระทำการผลิตและการสร้างบ็อตเน็ต 13 ธ.ค.ปีที่แล้ว ศูนย์แลปฟอร์ติการ์ตกล่าวว่าเราอาจเห็นสงครามแย่งชิงการครองเครื่องคอมพิวเตอร์และการโก่งราคาบริการเพื่อแก้ไขอาชญากรรม ปัจจุบัน ฟอร์ติการ์ตกล่าวว่า เรายังไม่ได้เห็นกรณีต่อสู้แย่งชิงการครองเครื่องคอมพิวเตอร์อะไรใหม่ๆ เพิ่มขึ้น แต่เห็นการโต้ตอบการโจมตีของแฮกเกอร์บ้างคือ เห็นแค่ตัว LulzSec ที่ถูกกล่าวหาและหัวหน้า Sabu หมายความว่าการที่จะรื้อถอนรากถอนโคนบ็อตเน็ตและโครงสร้างพื้นฐานของแก๊งอาชญากรรมหมดอาจต้องใช้เวลาอีกหน่อย 13 ธ.ค.ปีที่แล้ว ศูนย์แลปฟอร์ติการ์ต คาดการณ์ว่าจะได้เห็นการแพร่เชื้อเป็นแบบก้าวกระโดดจาก 32 บิตเป็น 64 บิต ปัจจุบัน ฟอร์ติการ์ตกล่าวว่า เรายังจะเห็นกิจกรรมการติดเชิ้อของมัลแวร์  64-bit มากขึ้นต่อไป ย้อนกลับไปก่อนปีนี้ เราได้รับผลเสียหายจาก rootkit ที่ใช้ชื่อ TDSS ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อแพร่เชื้อ 64-bit ให้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ซึ่งสร้างปัญหาใหญ่อย่างรวดเร็วในปีนี้ โดยในเดือนพ.ค. rootkit นี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ทีมงานศูนย์แลปฟอร์ติการ์ตค้นพบได้สูงสุดเป็นอันดับต้นๆ ขณะที่ในเดือนเม.ย. ไมโครซอฟท์ได้ประกาศวิธีการแก้ไขปัญหาโดยยกระดับช่องโหว่ TDSS leveraged เพื่อบรรเทาภัยคุกคามที่ 64-bit อย่างไรก็ตาม ภายหลังเดือนพ.ค. เราก็ยังเห็นการใช้เทคนิคที่แตกต่างกันไป ในการแพร่เชื้อไปที่ระบบ 64 บิต 13 ธ.ค.ปีที่แล้ว ศูนย์แลปฟอร์ติการ์ต กล่าวว่าจะเห็นการรับพนักงานอาชญากรรมในโลกไซเบอร์เพิ่มมากขึ้น ปัจจุบัน ฟอร์ติการ์ตกล่าวว่า เรายังคงเห็นโฆษณาของพวกนักแฮคใต้ดินที่ต้องการนักพัฒนาที่มีความสามารถสูง เพื่อช่วยสร้างโครงการอันตรายต่างๆ ตัวอย่างเช่น มีโฆษณาได้รับนักพัฒนา Crypter (ผู้ที่ทำหน้าที่ผู้แบ่งบรรจุรหัสเพื่อหลบหลีกการตรวจสอบการป้องกันไวรัส) ซึ่งเสนอเงินเดือนถึง 2,000 พันเหรียญสหรัฐต่อเดือน และเห็นชิ้นโฆษณาซึ่งต้องการให้ผู้สมัครส่งประวัติตนเองเข้ามาสำหรับงานที่จะได้ทั้งเงินเดือนและโปรแกรมโบนัสที่จูงใจ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีแนวโน้มการจัดตั้งธุรกิจนายหน้าจ้างงานสำหรับธุรกิจทางอาญากรรมไซเบอร์ การบริการการแฮคและกิจกรรม Hacktivists อีกด้วย 13 ธ.ค.ปีที่แล้ว ศูนย์แลปฟอร์ติการ์ต คาดการณ์ว่าอาจเห็นการแพร่กระจายของ Source code มัลแวร์มากขึ้น ปัจจุบัน ฟอร์ติการ์ตกล่าวว่า ยังมีรหัสที่มา (Source Code) แพร่กระจายเข้าสู่โลกไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนเม.ย.และพ.ค. มี 2 รุ่นของชุดบ็อตเน็ต Zeus แพร่กระจาย ซึ่งบ็อตเน็ตดังกล่าวเป็นหนึ่งในมัลแวร์ที่ศูนย์แลปฟอร์ติการ์ตตรวจจับได้มากที่สุดภายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า Source code ที่แพร่กระจายเชื้อได้มากนี้หมายถึงการที่คนสามารถดัดแปลง กำหนดรหัสสำหรับแคมเปญของตนเองได้ดีขึ้น ในบางประเทศอาจมีการดำเนินการเพื่อป้องกันการแพร่กระจายและการเก็บรักษาโค้ดที่เป็นอันตราย เช่น ในเดือนมิ.ย. ที่การกระทรวงยุติธรรมของประเทศญี่ปุ่นได้อนุมัติผ่านกฎหมายอาญากรรมไซเบอร์ ที่สามารถลงโทษนักเขียนมัลแวร์และบรรดาผู้เก็บมัลแวร์บนระบบของพวกเขา โดยการปรับไม่เกิน 6,000 เหรียญสหรัฐและหรือจำคุกเป็นระยะเวลา 3 ปี ทีมข่าวไอทีออนไลน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง