รมต.'จุติ'งานเข้า อาจพ้นเก้าอี้ เมียถือหุ้นสื่อสาร
นายจุติ ไกรฤกษ์
ส.ว.จอมตรวจสอบ "เรืองไกร"
ไล่บี้บัญชีทรัพย์สิน 8
รมต.ใหม่ พบ "จุติ"
อาจพ้นเก้าอี้ รมต.
เหตุเมียมีหุ้นบ.สัมปทานรัฐ
เร่งตรวจสอบว่าได้โอนก่อนวันรับตำแหน่งหรือไม่
เจ้าตัวยืนยันโอนหมด
แต่ยินดีออก
หากนายกฯต้องการ..
เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ
สว.สรรหา ให้สัมภาษณ์
"ไทยรัฐออนไลน์" ว่า
ขณะนี้ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลของรัฐมนตรีใหม่ทั้ง
8 คน
รวมถึงรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งไปแล้วว่ามีทรัพย์สินเข้าออกผิดปกติหรือไม่
ซึ่งหากพบความผิดปกติขณะดำรงตำแหน่ง
ก็จะส่งเรื่องไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง
(กกต.) พิจารณาต่อไป
ทั้งนี้
คาดว่าน่าจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนภายหลังที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
(ป.ป.ช.)
แสดงบัญชีทรัพย์สินของรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรี
ตามกฎหมายที่ต้องยื่นแสดงทรัพย์สินภายใน
30 วัน
ส่วนของนายจุติ ไกรฤกษ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ
(ไอซีที) ซึ่งเป็นหนึ่ง 1
ใน 13 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์
ที่ กกต.
ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดว่าอาจกระทำการเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ
เนื่องจากคู่สมรสถือครองหุ้นในบริษัทสื่อและบริษัทที่เป็นคู่สัญญาสัมปทาน
รัฐ
และเรื่องกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น
ต้องดูว่าวันที่นายจุติ
รับตำแหน่งรัฐมนตรี
ภรรยาของนายจุติ
จำหน่ายจ่ายหุุ้นที่ถือครองไปหรือยัง
เพราะตามคำร้องมีผลต่อสถานะความเป็น
ส.ส.
แต่ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี
อาจจะมีการจำหน่าย
หรือโอนหุ้นไปแล้ว
ดังนั้นต้องดูบัญชีทรัพย์ขณะที่ยื่นต่อ
ป.ป.ช.อีกครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม
เรื่องที่กำลังอยู่ในชั้นศาลนั้น
พิจารณาในฐานะ
ส.ส.ต้องพ้นจาก ส.ส.
แต่ตำแหน่งรัฐมนตรีพ้นจาก
ส.ส.แล้วก็ยังเป็นได้
ไม่เหมือนตำแหน่งนายกฯ
ดังนั้นวันที่รับตำแหน่ง
เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.
ภรรยานายจุติ
อาจจะโอนหุ้นไปแล้ว
ก็ไม่เป็นไร
เหมือนกับกรณีนายสุเทพ
เทือกสุบรรณ
รองนายกรัฐมนตรี
ที่พ้นจาก ส.ส.
"แต่หากภรรยาท่านยังไม่โอน
อันนี้มีประเด็น
อาจจะมีการพิจารณาในคราวเดียวกัน
มันเป็นหน้าที่ของผม
ผมต้องตรวจสอบให้โปร่งใสที่สุด"
นายเรืองไกร กล่าว
ทางด้านนายจุติ
รมว.ไอซีที
ให้สัมภาษณ์กับ
"ไทยรัฐออนไลน์"
โดยชี้แจงว่า
สำหรับเรื่องหุ้นนั้นได้โอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เป็นเรื่องที่จบไปแล้ว
อยู่ในขั้นตอนของพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
เนื่องจากขณะนี้เรื่องกำลังอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ
โดยจะนัดไต่สวนวันที่ 16
มิ.ย.นี้ พร้อมด้วย
ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อีก 12
คน
เมื่อถามว่าจะกระทบต่อตำแหน่งรัฐมนตรีที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งหรือไม่
นายจุติ กล่าวว่า
ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญชี้มูลว่ามีความผิดจริง
แน่นอนจะต้องหลุดจากความเป็น
ส.ส.และมีการเลือกตั้งใหม่ในที่สุด
แต่จะกระทบต่อตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่นั้น
ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีจะพิจารณา
เพราะเป็นเรื่องคุณสมบัติ
ไม่่เป็นการทุจริตในตำแหน่งหน้าที่
นายจุติ กล่าวว่า
ก่อนหน้าที่จะมารับตำแหน่งรัฐบาลได้มีคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนจะให้อยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีต่อหรือไม่นั้น
เป็นการตัดสินของนายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
ซึ่งหากเห็นว่าตนมีเรื่องเยอะ
มีคดีติดตัว
ก็พร้อมยินดีที่จะลาออก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
สำหรับนายจุติ เป็น 1 ใน 13
ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กกต.
ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดว่าอาจกระทำการเข้าข่ายขัด
รัฐธรรมนูญมาตรา 48
และมาตรา 265 (2)
เนื่องจากคู่สมรสถือครองหุ้นในบริษัทสื่อและบริษัทที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานรัฐ
และหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าคุณสมบัติที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
นายจุติ
ต้องสิ้นสมาชิกภาพ ส.ส.
ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106
ทันที
กรณีนี้ไม่มีผลต่อการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
แต่หากภรรยานายจุติยังคงถือหุ้นสื่อสารซึ่งได้รับสัมปทานจากรัฐอยู่
ในวันที่นายจุติ
รับตำแหน่ง (7 มิ.ย.)
ก็จะมีผลต่อการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามมาตรา
267 (ประกอบมาตรา 265) และมาตรา
48
ที่ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถือหุ้นกิจการโทรคมนาคม
ซึ่งประเด็นนี้จะทำให้นายจุติ
ต้องพ้นจากรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา
182 (7) ทันที.