ศูนย์เตือนภัยฯ เตรียมป้องกัน-รับมือแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
ร่วมเตรียมความพร้อมป้องกันและรับมือการเกิดแผ่นดินไหวในกรุงเทพฯ
ทั้งด้านกฎหมาย วิศวกรรม
และการบริหารความเสี่ยง...
นายธานีรัตน์ ศิริปะชะนะ
รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
หรือ ไอซีที กล่าวว่า
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศพม่าเมื่อเดือนมี.ค.
2554 ที่ผ่านมา
ซึ่งห่างจากกรุงเทพฯ 770
กิโลเมตร
แต่ทำให้เกิดการสั่นไหวของอาคารสูง
เนื่องจากชั้นดินของกรุงเทพฯ
เป็นดินอ่อนทำให้ความรุนแรงขยายตัวได้
3 - 5 เท่าตัว
และหากเกิดแผ่นดินไหวที่มีขนาดรุนแรง
หรือใกล้กับกรุงเทพฯ
มากกว่าครั้งที่ผ่านมา
ก็อาจส่งผลกระทบที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้เป็น
วงกว้าง
เช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นที่กรุงเม็กซิโกซิตี้
ประเทศเม็กซิโก เมื่อปี 2528
ที่ผ่านมา
เพราะมีสภาพของชั้นดินเป็นดินอ่อนลักษณะเดียวกัน
ทั้งนี้
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในเขตกรุงเทพฯ
และปริมณฑล กรุงเทพมหานคร
จึงจัดการสัมมนา
เชิงปฏิบัติการผลกระทบจากแผ่นดินไหวระยะไกล
ที่อาจจะมีต่อสาธารณูปโภคพื้นฐานและอาคารบ้านเรือนในกรุงเทพมหานคร
ด้านกฎหมาย วิศวกรรม
และการบริหารความเสี่ยงโดยร่วมมือกับศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
สำนักงานปลัดกระทรวงไอซีที
มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
สถาบันการศึกษา
และภาคเอกชน
จัดการสัมมนาระดมสมองจากผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน
เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันและรับมือการเกิดแผ่นดินไหวที่อาจส่งผล
กระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในกรุงเทพฯ
และปริมณฑล
สำหรับ การสัมมนาฯ
ครั้งนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้แนวทางยุทธศาสตร์สำหรับการรับ
มือกับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับกรุงเทพฯ
จากแผ่นดินไหวระยะไกล
ทั้งด้านกฎหมาย วิศวกรรม
และการบริหารความเสี่ยง
ซึ่งประกอบด้วย
การบรรยายภาพรวมของแผ่นดินไหวที่อาจจะมีผลกระทบต่อกรุงเทพฯ
ความเสี่ยงจากผลกระทบจากแผ่นดินไหวระยะไกลที่อาจจะเกิดขึ้น
แนวทางในการลดความเสี่ยงจากผลกระทบจากแผ่นดินไหวแก่ภาคเอกชน
และภาคประชาชน
การสร้างการรับรู้
และการเตรียมตัวเพื่อบรรเทาภัยจากความรุนแรง
โดยมีวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ
จำนวน 24 คน มาให้ความรู้
รวมทั้งมีการระดมสมองจากผู้เข้าร่วมสัมมนาเพื่อวางแนวทางยุทธศาสตร์การรับมือด้วย
ซึ่งศูนย์เตือนภัยฯ
ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ
ระดมสมองเพื่อกำหนดแผนที่ยุทธศาสตร์หลัก
และแนวทางแผนปฏิบัติการ
(Roadmap and Strategic Action Plans) สำหรับ
การรับมือกับแผ่นดินไหว
ที่อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพและแนวทางยุทธศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องข้อกำหนดทางอาคารของกรุงเทพฯ
ที่จะสามารถรองรับแผ่นดินไหวได้
โดยแนวทางยุทธศาสตร์ฯ
ที่ได้นี้
จะนำไปใช้เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันและรับมือการเกิดแผ่นดินไหวต่อ
ไป.