ข่าว เศรษฐกิจ → สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 15 - 21 พ.ค. 2554

สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 15 - 21 พ.ค. 2554

วันที่ 21-05-2011

ส.อ.ท.แนะรบ.ใหม่ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ วันนี้ 16 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลชุดใหม่ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามความเหมาะสม เพราะหากปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่ออุตสาหกรรมแต่ละ ประเภท จะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้า ซึ่งค่าจ้างขั้นต่ำควรดำเนินการในรูปแบบของค่าจ้างแรกเข้าของแรงงานแต่ละ สาขา และกำหนดให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ อาจจะกำหนดให้มีการปรับขึ้นทุก 2-3 ปี และการปรับขึ้นค่าจ้างนั้นควรทำในรูปแบบของค่าจ้างประจำปี โดยไม่น้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อของแต่ละปี ด้วยการกินอัตราเงินเฟ้อของหน่วยงานต่างๆ เช่น สภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง โดยเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานของรัฐ นายจ้างและลูกจ้างจะมาตกลงกัน ส่วนสิ่งที่รัฐบาลชุดใหม่ต้องเร่งดำเนินการคือ อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานและคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อให้แรงงงานที่มีฝีมือในสาขาต่างๆ ได้รับค่าจ้างที่เหมาะสม เพราะในปี 2558 จะเกิดประชาคมอาเซียน เกรงแรงงานไทยอพยพไปทำงานต่างประเทศ. (เดลินิวส์, 16-5-2554) ผู้นำแรงงานยื่นข้อเรียกร้องพรรคการเมือง นายมนัส โกศล ประธานองค์การแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวถึงนโยบายคุณภาพชีวิตแรงงานที่อยากให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งดำเนินการหลัง ได้รับการเลือกตั้งว่าต้องการให้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำร้อยละ 25 ภายใน 2 ปี โดยปีนี้ขอปรับขึ้นก่อนร้อยละ 13 และให้กำหนดโครงสร้างค่าจ้างประจำปี รวมทั้งดูแลแรงงานนอกระบบให้ได้สิทธิรักษาพยาบาล และจัดตั้งกองทุนภาคประชาชนเพื่อให้มีเงินออมในวัยเกษียณคณะกรรมการ สมานฉันท์แรงงานไทย องค์กรด้านแรงงานอีกแห่งก็เห็นด้วยให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งปรับขึ้นค่าจ้างขั่น ต่ำอีกรอบ โดยสัปดาห์หน้าจะนำข้อเสนอของผู้ใช้แรงงานไปยื่นต่อพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อเป็นแนวทางในการยกคุณภาพชีวิตผู้ใช้แรงงาน ขณะที่นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มองว่า ควรปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 2 - 3 ปีต่อครั้ง แต่การปรับขึ้นค่าจ้างควรทำในรูปแบบค่าจ้างประจำปี และไม่น้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อในแต่ละปี พร้อมเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน เพื่อป้องกันแรงงานไหลออกไปทำงานต่างประเทศมากในปี 2558 รวมทั้งเสนอแยกเงินบางส่วนจากกองทุนประกันสังคมเพื่อจัดตั้งกองทุนสวัสดิการ ให้กับแรงงาน ได้กู้ยืมเงินในกรณีจำเป็น เช่น รักษาพยาบาลพ่อแม่ที่ป่วย สร้างบ้าน และส่งลูกเรียนหนังสือ (ช่อง 7, 16-5-2554) เตรียมตั้งศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.รง.) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบอนุมัติงบดำเนินการโครงการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาติ ของกระทรวงแรงงานเป็นเงิน 377 ล้านบาท จากที่เสนอของบประมาณไป 400 ล้านบาท แต่เนื่องจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ซึ่งดูแลโครงการเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานรัฐพิจารณาแล้วขอให้ลด งบลงเหลือ 377 ล้านบาท โดยเป็นงบดำเนินการในปี 2554 จำนวน 100 ล้านบาท ที่เหลืออีก 277 ล้านบาท เป็นงบประมาณผูกพัน ซึ่งสำนักงบประมาณต้องจัดสรรให้แก่กระทรวงแรงงานในปี 2555 โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการ18 เดือนนับตั้งแต่วันที่เริ่มต้นทำสัญญาจ้างกับเอกชน ในการจัดทำโปรแกรมข้อมูลแรงงานแห่งชาติ "ผมคาดว่า จะใช้วิธีการประกวดราคาเพื่อให้เอกชนมาดำเนินการจัดทำโปรแกรมข้อมูลแรงงาน แห่งชาติ เนื่องจากกระทรวงไอซีทีไม่รับที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการจัดทำสัญญาจ้างบริษัทเอกชน" รักษาการ รมว.แรงงาน กล่าว นพ.สมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ศูนย์ข้อมูลแรงงานแห่งชาตินี้อยู่ในความดูแลของสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน จะรวบรวมข้อมูลจากกรมต่างๆ ของกระทรวงแรงงาน และหน่วยงานภายนอก เช่น สำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยจะมีทั้งข้อมูลจำนวนแรงงานในประเทศไทย ผู้ที่ว่างงาน ตำแหน่งงานว่าง แรงงานที่มีทักษะฝีมือในสาขาต่างๆ แรงงานที่ไปทำงานในต่างประเทศ เชื่อว่าศูนย์ข้อมูลนี้จะมีประโยชน์ต่อฝ่ายแรงงานและนายจ้าง เพราะนายจ้างสามารถมาค้นหาข้อมูล เพื่อจ้างงานแรงงานที่มีฝีมือในสาขาต่างๆ หรือแรงงานที่เคยไปทำงานในต่างประเทศมาแล้ว ขณะเดียวกัน คนที่ว่างงานอยู่ก็หาข้อมูลตำแหน่งงานที่ว่างได้ด้วย (ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 17-5-2554) สมานฉันท์แรงงานไทยเตรียมยื่นข้อเรียกร้องต่อทุกพรรคการเมือง นางวิไลวรรณ แซ่เตีย รองประธานกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย กล่าวถึงนโยบายของพรรคการเมืองที่ลงแข่งขันเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า นโยบายของแต่ละพรรคที่เกี่ยวกับผู้ใช้แรงงานเท่าที่ได้ติดตามมีเพียงประเด็น เดียวคือ การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ทั้งที่เรื่องแรงงานมีประเด็นที่ควรให้ความสำคัญหลากหลาย เช่น เรื่องเสรีภาพในการเจรจาต่อรองในเรื่องของค่าจ้างให้เกิดความเป็นธรรม, เรื่องสวัสดิการแรงงาน, ความปลอดภัยของผู้ใช้แรงงาน, สิทธิทางการเมืองที่ให้ผู้ใช้แรงงานสามารถเลือกตั้ง ส.ส.-ส.ว.ในพื้นที่ที่ทำงาน เป็นต้น "ผู้ใช้แรงงานฐานะเป็นคนส่วนใหญ่ที่มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ยังไม่เห็นพรรคการเมืองใดหยิบยกข้อเรียกร้องของผู้ใช้แรงงานที่ได้มีการ เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิมาโดยตลอด ดังนั้นวันที่ 18 พ.ค. เวลา 13.00 น. ทางเครือข่ายผู้ใช้แรงงานจะแถลงข้อเรียกร้องที่จะส่งผ่านไปยังทุกพรรคการ เมือง ที่พิพิธภัณฑ์แรงงานไทย มักกะสัน จากนั้นจะมีเครือข่ายยื่นข้อเสนอไปยังทุกพรรคการเมือง หากนักการเมืองอยากได้คะแนนเสียงจากผู้ใช้แรงงานไม่ควรละเลยข้อเสนอ" นางวิไลวรรณกล่าว (ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 17-5-2554) สกัด "วีซ่ามาดาม" ไปสวีเดนเก็บผลไม้ป่า 3 เดือนมีเงินแสน นายจักร บุญ-หลง อธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับผู้แทนองค์กรแรงงานระหว่างประเทศผู้แทนธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ การเกษตร (ธ.ก.ส.) และผู้แทนกรมการจัดหางาน เดินทางเยือน จ.ชัยภูมิเพื่อร่วมจัดกิจกรรม ประชาสัมพันธ์ เตือนคนไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเพื่อป้องกันปัญหาการถูกหลอกลวงไปทำงานในต่าง ประเทศ ณ โรงแรมสยามริเวอร์รีสอร์ท จ.ชัยภูมิ โครงการเตรียมความพร้อมให้แก่แรงงานไทยเพื่อไปทำงานต่างประเทศจัดโดยสำนักงานจัดหางานจังหวัดชัยภูมิ ทั้งนี้อธิบดีกรมการกงสุลได้บรรยาย ให้ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรมเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของแรงงานไทย ก่อนการเดินทางและการปฏิบัตัวเมื่อไปใช้ชีวิตและทำงานในต่างประเทศรวมทั้ง ช่องทางการขอรับความช่วยเหลือเมื่อประสบปัญหา ตลอดจนบทบาทและภารกิจของกรมการกงสุลในการช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศด้วย อธิบดีกรมการกงสุล เปิดเผยว่า ได้ร่วมมือกับสถานทูตสวีเดนในประเทศไทย เพื่อหาวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นเมื่อแรงงานไทยเดินทางไปถึงสวีเดน หรือฟินแลนด์แล้ว พร้อมกันนั้น ยังได้พบกับนายจรินทร์ จักกะพากผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ที่ศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ เพื่อหารือเกี่ยวกับปัญหาการหลอกลวงแรงงานไทยและการหลอกลวงหญิงไทยไปทำงาน ต่างประเทศรวมทั้งการประชาสัมพันธ์เตือนคนไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตั้งแต่ต้นทางโดยเฉพาะ จ.ชัยภูมิ เป็นจังหวัดที่มีแรงงานไปเก็บผลไม้ป่าที่สวีเดนและฟินแลนด์จำนวนมาก พร้อมกันนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิได้กล่าวสนับสนุนและพร้อมที่จะให้ ความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ ในช่วงหน้าร้อนของยุโรประหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน ของทุกปี เป็นช่วงที่ผลไม้ป่าลูกเบอร์รี่กำลังออกผล จึงต้องการแรงงานเก็บตามพื้นที่ป่าเขา นำมาทำเป็นอาหารและแยมแรงงานไทยได้รับความนิยมมากและมีความสามารถในเก็บได้ สูง ทำรายได้ในช่วง 3 เดือนนี้ กลับบ้านมีเงินเก็บเป็นแสนบาท จึงเกิดปัญหา "วีซ่ามาดาม" เกิดขบวนการนายหน้า เก็บค่าอาหารระหว่างที่อยู่ต่างประเทศ ประกอบกับมีผู้เดินทางไปมาก เพราะขาดการควบคุมโควตา เก็บได้น้อย รายได้ไม่พอหรือภาวการณ์เปลี่ยนแปลงอากาศ ต้องเสี่ยงกับลูกเบอร์รี่ ออกผลน้อย รายได้น้อยไปด้วย ดังนั้น จึงแนะนำให้ผ่านกรมแรงงาน และให้แจ้งให้สถานทูตทราบเมื่อเดินทางไปถึง จะแก้ไขปัญหาได้ก่อนไปตกค้างอยู่ในแต่งแดน (คมชัดลึก, 17-5-2554) แฉนายจ้างเบี้ยวจ่ายประกันสังคมกว่า 2 พันล้าน นายพีรพัฒน์ พรศิริเลิศกิจ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่ พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 กำหนดให้นายจ้างร่วมจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ร้อยละ 5 ของอัตราค่าจ้างในแต่ละเดือน จนถึงปัจจุบันมีนายจ้างที่ค้างจ่ายเงินสมทบคิดเป็นร้อยละ 0.58 ของจำนวนที่ต้องจ่ายเงินสมทบทั้งหมด ซึ่งเป็นเงินกว่า 2,000 ล้านบาท โดยมียอดค้างชำระวงเงินตั้งแต่กว่า 100 บาท ไปจนถึงไม่เกิน 10 ล้านบาท มีสถานประกอบการที่ค้างชำระเงินสมทบจำนวน 32,600 แห่ง จากทั้งหมด 47,123 แห่งทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เป็นสถานประกอบการขนาดเล็ก โดยเฉพาะที่มีลูกจ้างต่ำกว่า 10 คน มีจำนวนถึง 29,467 แห่ง รองลงมาคือ สถานประกอบที่มีลูกจ้าง 10-19 คน จำนวน 1,107 แห่ง และสถานประกอบที่มีลูกจ้าง 20-49 คน จำนวน 959 แห่ง ขณะที่สถานประกอบการขนาดใหญ่ที่มีลูกจ้าง 1,000 คนขึ้นไป มี 4 แห่ง นายพีรพัฒน์ กล่าวอีกว่า กรณีนายจ้างไม่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม สปส.จะออกหนังสือเตือนให้จ่ายเงินสมทบที่ค้างอยู่ภายใน 30 วัน แต่ถ้าไม่ปฏิบัติตามก็จะออกหนังสือเชิญให้มาพบ แต่หากไม่ยอมจ่ายเงินสมทบอีก จะแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน และดำเนินคดีอาญา รวมทั้งจะไปตรวจสอบที่สถานประกอบการ ทั้งในเรื่องของบัญชีเงินฝาก และทรัพย์สินต่างๆ เช่น ที่ดิน อาคารสถานที่ เครื่องจักร โดยภายใน 90 วัน หากไม่จ่ายเงินสมทบ จะยึดทรัพย์ไว้แล้วขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาจ่ายเป็นเงินสมทบที่ค้างอยู่ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา มีสถานประกอบการถูกยึดทรัพย์จำนวน 1,805 แห่ง ส่วนมากเป็นสถานประกอบการที่เลิกกิจการและล้มละลาย อย่างไรก็ตาม ในกรณีมีปัญหาด้านการเงิน ไม่สามารถจ่ายเงินสมทบที่ค้างอยู่ได้ทันที สามารถผ่อนจ่ายเงินสมทบเป็นงวดๆ ได้ "เงินที่ค้างจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของสถานประกอบการ ถือว่าไม่มาก เพราะเป็นยอดที่ค้างจ่ายสะสมมานานหลายปี และเป็นยอดเงินที่มาจากการคิดค่าปรับ ซึ่งในเดือนแรกจะอยู่ที่ร้อยละ 2 จากยอดที่ค้างจ่าย เดือนที่ 2 ร้อยละ 4 และเดือนที่ 3 ร้อยละ 6 โดยบวกเพิ่มในอัตราร้อยละ 2" นายพีรพัฒน์ กล่าว (ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 18-5-2554) คสรท. เสนอนโยบายด้านแรงงาน 9 ข้อให้พรรคการเมือง พิพิธภัณฑ์แรงงานฯ 18 พ.ค. - คสรท.เสนอนโยบายด้านแรงงาน 9 ข้อ ให้พรรคการเมือง หวังบรรจุเป็นนโยบายพรรคและรัฐบาล เผยปัจจุบันแรงงานมีความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนกับคนรวย เฉลี่ยเกือบ 20 เท่า นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) เป็นประธานแถลงข้อเสนอนโยบายด้านแรงงานต่อพรรคการเมืองต่างๆ โดยระบุว่ากลุ่มผู้ใช้แรงงานจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ สหภาพเอกชน ผู้ใช้แรงงานจากกลุ่มย่านต่างๆ ได้ร่วมกันทำนโยบายจำนวน 9 ข้อ เพื่อนำเสนอต่อพรรคการเมืองในการเลือกตั้งที่จะมาถึง เพราะปัจจุบันปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความยากจนและความเหลื่อมล้ำของคนงานใน ระบบและนอกระบบ รวมทั้งคนงานในภาคเกษตรกรรมมีความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจนกว่า 20 เท่า ขณะที่นโยบายแต่ละพรรคที่ออกมาดูจะมุ่งแต่เรื่องการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ โดย คสรท.จะยื่นข้อเสนอด้านนโยบายต่อพรรคการเมืองทุกพรรค เพื่อให้บรรจุเป็นนโยบายของพรรคและนโยบายของรัฐบาล สำหรับนโยบายทั้ง 9 ข้อที่ต้องการให้พรรคการเมืองนำไปเป็นนโยบายในการบริหารประเทศ ประกอบด้วย 1.การให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 เพื่อสร้างหลักประกันในสิทธิเสรีภาพในการรวมตัวและเจรจาต่อรอง 2.แก้ไข พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ให้สอดคล้องอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 เพื่อให้เกิดการคุ้มครองผู้ใช้แรงงานทุกภาคส่วน 3.การปฏิรูประบบประกันสังคมเพื่อความเป็นธรรมทางสังคม และปฏิรูปโครงสร้างการบริหารงานระบบประกันสังคมให้เป็นองค์กรอิสระ ผู้ประกันตนมีส่วนร่วม โปร่งใสตรวจสอบได้ 4.ค่าจ้างแรงงานที่เป็นธรรม โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์ทางสากลขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ และโครงสร้างค่าจ้างเพื่อให้มีหลักเกณฑ์การปรับค่าจ้างประจำปี 5.พัฒนารัฐวิสาหกิจให้มีประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชนและยกเลิกนโยบาย การแปรรูปรัฐวิสาหกิจในกิจการสาธารณูปโภค 6.สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.และ ส.ว. รวมถึงองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นทุกระดับในเขตพื้นที่สถานประกอบการของคนงาน เพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนในพื้นที่ 7.จัดตั้งสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน 8.จัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงจากการลงทุน เพื่อคุ้มครองสิทธิคนงานให้ได้รับค่าชดเชยที่เป็นธรรมและเป็นหลักประกันความ มั่นคงในการทำงาน จากกรณีเจ้าของสถานประกอบการปิดกิจการและเลิกจ้าง และ 9.การคุ้มครองสิทธิแรงงานนอกระบบ และสิทธิแรงงานข้ามชาติ (สำนักข่าวไทย, 18-5-2554) ศาลสหรัฐสั่งจ่ายค่าจ้างย้อนหลังแรงงานไทยในฮาวาย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวัน ศุกร์ (20 พ.ค.) ว่าผู้พิพากษาศาลสหรัฐได้ตัดสินให้บริษัทโกลบอล ฮอไรซันส์ บริษัทจัดหาแรงงานภาคการเกษตรในนครลอสแองเจลิสจ่ายค่าแรงย้อนหลังให้แก่แรง งานไทย 88 คน ที่ถูกหลอกไปทำงานเยี่ยงทาสในไร่อ้อย 2 แห่งในรัฐฮาวายเมื่อปี 2546 โดยไม่ได้ค่าจ้าง รวมเป็นเงิน 153,000 ดอลลาร์ หรือราว 4 ล้าน 6 แสนบาท และอีก 194,000 ดอลลาร์ หรือ 5.8 ล้านบาท เป็นค่าปรับ ถือเป็นกรณีล่าสุด ที่บริษัทเอกชนถูกรัฐบาลกลางสหรัฐตรวจสอบฐานละเมิดกฎหมายค้ามนุษย์ กระทรวงแรงงานสหรัฐแถลงว่า แรงงานไทยเหล่านี้ต้องละทิ้งครอบครัวและบ้าน ด้วยความคาดหวังว่าจะได้รับการปฏิบัติและได้ค่าจ้างอย่างเป็นธรรม แต่กลับถูกเอารัดเอาเปรียบและไม่ได้รับค่าแรงซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย กระทรวงแรงงานสหรัฐยังแถลงด้วยว่า ประธานและเจ้าหน้าที่ของบริษัทแห่งนั้นกำลังถูกดำเนินคดีอาญาในรัฐฮาวาย ฐานเอารัดเอาเปรียบแรงงานไทย ซึ่งสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ(เอฟบีไอ) ถือว่า เป็นคดีค้ามนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ นอกจากนี้ บริษัทแห่งนี้ยังถูกสอบสวนในคดีแรงงานอีกอย่างน้อย 4 คดี ก่อนจะถูกคณะกรรมการกำกับดูแลโอกาสในการจ้างงานอย่างเท่าเทียมยื่นฟ้อง ดำเนินคดีเมื่อเดือนที่แล้ว อย่างไรก็ตาม นายมอร์เดไค โอเรียน ประธานบริษัท ปฏิเสธข้อกล่าวหาและยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลแล้ว (คมชัดลึก, 20-5-2554) พบบริษัทข้ามชาติตบตาใช้ไทยเป็นแหล่งกำเนิดสินค้า นายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาเรื่องถิ่นกำเนิด สินค้าและมาตรการตอบโต้ทางการค้า ณ โรงแรมฮอลิเดย์อินน์ จังหวัดเชียงใหม่ มีนักธุรกิจ ตัวแทนภาครัฐและเอกชนให้ความสนใจจำนวนมาก เพื่อเผยแพร่ความรู้ที่สำคัญและเป็นประโยชน์ด้านการค้าต่างประเทศ เช่น มาตรการปกป้องและมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด กฎเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้า ความสำคัญของหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า รวมทั้งกระบวนการป้องกันสินค้าต่างชาติที่แอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าไทย ทั้งนี้เพื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษาที่อยู่ในส่วนภูมิภาค ได้รับทราบความเป็นไปในเวทีการค้าโลก อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวว่า ปี 2558 ประเทศไทยจะเตรียมพร้อมสู่การเป็นประชาคมอาเซียน แต่คาดว่ายังมีอีกหลายประเทศยังไม่พร้อม ซึ่งต้องช่วยกันในกลุ่มอาเซียนเพื่อร่วมขับเคลื่อนประชาคมอาเซียน ขณะที่พบว่ามีประเทศเพื่อนบ้านได้เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่แก้แหล่ง กำเนิดสินค้า เนื่องจากถูกมาตรการ AD Safe Guard ของสหรัฐอเมริกา โดยอาจไม่ได้ใช้ไทยเป็นฐานผลิตจริง ซึ่งต้องเข้าไปตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกติดรายชื่อแบล็คลิสต์ ด้วย ล่าสุดมีข้อมูลว่าในจังหวัดเชียงใหม่ มีบริษัทของประเทศเพื่อนบ้านได้มาเปิดฐานผลิตสินค้า ที่อาจจะเสี่ยงต่อมาตรการ AD Safe Guard เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่โดยแอบอ้างไทยเป็นแหล่งกำเนิดสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเทียนไขและเครื่องเงิน ซึ่งอาจจะไม่ได้ผลิตในพื้นที่จริง ใช้วัตถุดิบไม่ได้รับมาตรฐานหรือใช้แรงงานไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องเข้าไปตรวจสอบด้วย (สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์, 20-5-2554)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง