เสวนาวันสตรีสากล “เปิดสถานการณ์แรงงานหญิงข้ามชาติ”
แรงงานข้ามชาติหญิงขอรัฐบาลควรยืดระยะเวลาการต่ออายุบัตรให้นานขึ้นเป็น
2 ปี
มีเจ้าหน้าที่ของรัฐแนะนำ
ตัดระบบนายหน้าออกจากตลาดแรงงานต่างชาติ
และมีบทลงโทษที่จริงจังกับนายหน้าที่เอารัดเอาเปรียบแรงงานต่างชาติ
เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 54
ที่ผ่านมา
เครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ
(ANM),
หน่วยพัฒนาและบรรเทาทุกข์แห่งประเทศไทย
(ADRA),
คณะกรรมการรณรงค์ประชาธิปไตยในพม่า,
โรงเรียนเดียร์เบอร์ม่า,
โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย
(TLC),
มูลนิธิร่วมมิตรไทย-พม่า,
มูลนิธิตุ้มครองแรงงานด้านเอดส์,
มูลนิธิ MAP,
มูลนิธิรักษ์ไทย
และมูลนิธิเพื่อนหญิง
ได้จัดงานเสวนา "100 ปี
สตรีสากล 8 มีนา
เปิดสถานการณ์แรงงานหญิงข้ามชาติ"
ณ ห้องโถงใหญ่
สำนักงานกลางนักเรียนคริสเตียน
วันทนา บ่อโพธิ์
เลขานุการคณะกรรมาธิการการแรงงานสภาผู้แทนราษฎร
ได้กล่าวเปิดงาน
รวมทั้งอธิบายว่าการเรียกร้องความไม่เป็นธรรมจากลูกจ้างโดยใช้ช่องทางของสื่อในการการประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข่าวสารต่าง
ๆ
ทำให้กลุ่มแกนนำของลูกจ้างไม่ได้รับความเป็นธรรม
หรือถูกกลั่นแกล้ง
ดังนั้นลูกจ้างจึงควรรวมกลุ่มกันสร้างเครือข่ายเพื่อต่อสู้เรียกร้องสิทธิของตนเอง
บัณฑิต แป้นวิเศษ
หัวหน้าฝ่ายป้องกันการค้ามนุษย์และแรงงานข้ามชาติ
มูลนิธิเพื่อนหญิง
กล่าวถึงปัญหาที่แรงงานสตรีจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาที่สำคัญหลายประการ
คือ 1.
ปัญหาเรื่องการห้ามมีผู้ติดตามของรัฐบาล
ซึ่งผู้ติดตามของแรงงานเหล่านั้นก็คือบุคคลในครอบครัว
เช่น พ่อ แม่ ลูก หรือญาติ
โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้สูงอายุ
และเด็ก 2.
ปัญหาห้ามแรงงานหญิงท้องในขณะทำงาน
3.
ปัญหาแรงงานหญิงถูกคุกคามทางเพศจากนายจ้าง
แต่ไม่มีการร้องเรียนใด ๆ
เนื่องจากความรู้สึกกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัย
หรือถูกกลั่นแกล้งจากนายจ้าง
และ 4. ปัญหาเรื่องสุขภาพ
จากการเจ็บป่วยจากการทำงาน
ซึ่งนายจ้างมักจะไม่ให้แรงงานลาป่วยเพื่อไปรักษาตัว
หรือไม่จ่ายค่าชดเชย HAY MAR
HNIN หรือ AMY
ตัวแทนแรงงานหญิงข้ามชาติพม่า
ได้เล่าประสบการณ์ของตัวเอง
โดยเริ่มเข้ามาทำงานที่ประเทศไทยโดยผ่านทางนายหน้าเมื่อปี
ค.ศ.2005
เพื่อต้องการหาเงินไปส่งเสียแม่และน้องที่อยู่ประเทศพม่า
ทำงานหลายชนิดไม่ว่าจะเป็นแม่บ้าน
พนักงานร้านอาหาร
และงานก่อสร้าง
ก่อนหน้านี้ถูกโกงเงินเดือนที่ฝากไว้กับนายจ้าง
และถูกนายจ้างทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ
ปัจจุบันเป็นพนักงานฝ่ายบุคคลของบริษัทแห่งหนึ่ง
คอยดูแลช่วยเหลือแรงงานพม่าในบริษัทประมาณ
1,000 คน โดย Amy
เสนอว่ารัฐบาลไทยควรให้สิทธิทางกฎหมายในด้านต่าง
ๆ แก่แรงงานหญิงข้ามชาติ
เช่น
สวัสดิการระหว่างการทำงาน
และระบบสวัสดิการสังคมต่าง
ๆ ที่ควรได้รับ คุณสุชิน
บัวขาว
ตัวแทนแรงงานหญิงไทย
เล่าว่าเธอเริ่มงานแม่บ้านตั้งแต่อายุ
14 ปี
ถูกนายจ้างกดขี่ห้ามลาหยุด/ลาป่วย
และใช้งานเกินเวลา (18
ชั่วโมงต่อวัน : ตีสี่ -
สี่ทุ่ม)
จึงรวมตัวกับกลุ่มเพื่อนไปฟ้องศาลแรงงาน
แต่ล้มเหลวเนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจในสิทธิของตนเอง
โดยสุชินเสนอว่ารัฐบาลควรให้สิทธิทางกฎหมายในด้านต่าง
ๆ แก่แรงงานหญิงข้ามชาติ
เช่น
สวัสดิการระหว่างการทำงาน
และระบบสวัสดิการสังคมต่าง
ๆ ที่ควรได้รับ
ทั้งนี้ในการเสวนายังมีกิจกรรมกลุ่มย่อย
5 กลุ่ม
ร่วมกันคิดและระดมสมองเกี่ยวกับปัญหาและข้อเสนอแนะวิธีการแก้ไขปัญหาของแรงงานหญิง
โดยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในกลุ่ม
หลังจากนั้นนำเสนอต่อกลุ่มใหญ่เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
กำหนดหัวข้อสภาพปัญหาต่าง
ๆ ของแรงงานหญิง
และแนวทางในการแก้ไขปัญหา
ซึ่งสามารถทำการสรุปความคิดเห็นได้
ดังนี้ ปัญหา 1.
นายจ้างเอาเปรียบ/ข่มขู่
แรงงานที่ต้องการลาออก
และยึดพาสปอร์ต/บัตรประจำตัวไว้
2.
สภาพแวดล้อมในที่ทำงานทำให้รู้สึกไม่มีความสุขในขณะทำงาน
3.
นายจ้างไม่อนุญาตให้มีวันหยุด/วันลา
4. นายจ้างยึดพาสปอร์ต
และบัตรประจำตัวของแรงงาน
โดยไม่ให้แรงานเก็บไว้เอง
ทำให้แรงงานมีโอกาสถูก
รีดไถจากเจ้าหน้าที่ของรัฐสูง
5. เมื่อมีปัญหา
นายจ้างไม่ให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นใด
ๆ แก่แรงงาน เช่น
แรงงานถูกตำรวจจับ 6.
แรงงานที่ทำงานบ้านสัมผัสกับสารเคมีในบ้านเป็นประจำ
เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ
โดยที่ไมมีอุปกรณ์ต่าง ๆ
ป้องกัน เช่น ถุงมือยาง
ผ้าปิดจมูก 7.
นายจ้างใช้งานเกินเวลา
โดยไม่มีเงินล่วงเวลาชดเชย
8.
เจ้าหน้าที่ของรัฐข่มขู่/รีดไถ
(กรณีที่ไม่มีบัตรแรงงานต่างด้าว)
9.
แรงงานถูกกดค่าแรง/จ่ายค่าแรงไม่ครบตามที่ตกลงกันไว้
10.
แรงงานหญิงถูกนายจ้างข่มขืนจนตั้งครรภ์
และไล่ออกจากงาน
ข้อเสนอแนะ 1.
รัฐบาลควรดูแลเรื่องการทำบัตรต่าง
ๆ
ของแรงงานโดยที่ไม่ให้มีการดำเนินงานผ่านนายหน้า
เพื่อป้องกัน
การเรียกเก็บเงินเป็นจำนวนมาก
และการล่วงละเมิดทางเพศเพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยน
รวมไปถึงการมี
บทลงโทษที่จริงจังกับนายหน้าที่เอารัดเอาเปรียบแรงงานต่างชาติ
2.
รัฐบาลควรยืดระยะเวลาการต่ออายุบัตรให้นานขึ้นเป็น
2 ปี 3.
รัฐบาลควรจัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำ/ให้คำปรึกษาแก่แรงงาน
เมื่อต้องการไปต่อบัตรเอง
4.
รัฐบาลควรเปิดจดทะเบียนแรงงานเพิ่มเติมให้กับแรงงานตกค้างที่ยังไม่มีบัตร
เพื่อให้แรงงานมีสิทธิต่าง
ๆ
เท่าเทียมกับแรงงานถูกกฎหมาย
5.
รัฐบาลควรควบคุมราคาสินค้าอุปโภค
บริโภคในท้องตลาดไม่ให้มีราคาสูง
เนื่องจากรายรับของแรงงานไม่พอกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน