โฉนดชุมชน หมอประเวศ-อานันท์ และรัฐบาลอภิสิทธิ์
ไกรก้อง กูนอรลัคขณ์
ไกรก้อง กูนอรลัคขณ์
ชวนประเวศ วะสี อานันท์
ปันยารชุณ
และชนชั้นนำทั้งหลายที่พูดถึงนโยบายโฉนดชุมชนอย่างสวยหรูให้เริ่มต้นโดยการนำที่ดินที่ตัวเองและเครือญาติ
หรือคนในส่วนแวดวงตนเองมีอยู่มาปฏิรูปเป็นตัวอย่าง
การเคลื่อนไหวของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย
เพื่อให้มีการกระจายการถือครองไม่ให้มีการกระจุกตัวของที่ดินทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด
และได้เสนอทางเลือกในการจัดการที่ดินในรูปแบบใหม่"โฉนดชุมชน"
ซึ่งไม่เน้นความเป็นกรรมสิทธิ์ของปัจเจกชนและกรรมสิทธิ์ของรัฐแต่ให้ความสำคัญกับการจัดการที่ดินโดยกลุ่ม
โดยชุมชน
ประเวศ วะสี และอานันท์
ปันยารชุณ
หัวหน้าคณะกรรมการปฏิรูปฯ
ก็ได้เสนอให้มีการจำกัดการถือครองที่ดิน
นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ
เองก็เคยประกาศนโยบายที่จะเก็บภาษีที่ดินที่ก้าวหน้า
และโฆษณาประชาสัมพันธ์ในการทำโฉนดชุมชนที่มี
สื่อทีพีบีเอส
เป็นกระบอกเสียง
เสมือนว่า
มีการทำโฉนดชุมชนเกิดทั่วขอบเขตประเทศไทย
ทั้งๆทำได้น้อยนิดมาก
เป็นการหลอกลวงคนดูโดยสื่อเสรีก็ว่าได้
เนื่องเพราะไม่พูดข้อเท็จจริงทั้งหมดตามแบบอย่างที่สื่อมักทำเป็นประจำ
หรือพูดเพียงน้อยนิดให้เป็นน้ำจิ้มมากกว่าเจาะลึก
หรือแฉการโกหกมดเท็จของรัฐบาล
ดูเหมือนทุกอย่างลงตัว
ดูเหมือนใครๆก็เห็นด้วยกับการปฏิรูปที่ดิน
กระจายการถือครองที่ดิน
จำกัดการถือครองที่ดิน
แต่ทำไม
เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย
ได้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ร่วมแรมเดือน
อดตาหลับขับตานอน
ตากแดดตากฝน
อดทนกับความยากลำบาก
เพื่อต่อสู้ให้บรรลุเป้าหมาย
ในด้านหนึ่ง
อาจบอกได้ว่า
เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทยทวงสัญญาที่นายกรัฐมนตรีรับปาก
แต่ไม่กระทำการณ์
หรือนายกรัฐมนตรีก็ใช้สำนวนโวหารเหมือนที่เป็นมาในหลายเรื่องหลายราวแต่ไม่ปฏิบัติจริงสักที
หรือนายกฯใช้ภาษาที่นิ่มนวล
บุคคลิกที่ดูดี
แต่ธาตุแท้อาจจะคนละเรื่องก็ได้
ต้องพิสูจน์การที่ปฏิบัติจริงรูปธรรมที่เป็นจริง
เหมือนดั่งป้ายประท้วงของเครือข่ายปฎิรุปที่ดินแห่งประเทศไทยที่ว่า
'โฉนดชุมชน เพื่อคนจน
รัฐบาลตอแหลไม่แน่จริง"
"ประชาธิปโฉด อภิชั่ว
รับปากมั่ว ทำไม่ได้จริง"
"แก้ปัญหาที่ดิน
โดยจับชาวนาเข้าคุก"
ใครหลายคนก็เคยเห็น
ประเวศ วะสี และอานันท์
ปันยารชุณ เสนออะไรดีๆ
เพ้อๆ
ฝันๆต่อสังคมในการแถลงข่าว
ในห้องสัมนนา ณโรงแรมหรูๆ
ใช้งบประมาณไม่พอเพียงเป็นแน่
ครั้งนี้ประเวศ
และอานันท์
ก็มีข้อเสนอให้มีการจำกัดการถือครองที่ดินต่อรัฐบาลที่ทั้งสองหนุนช่วยหนุนหลังอยู่
แม้จะเพิ่งผ่านโศกนาฎกรรมสังหารหมู่ประชาชนคนเสื้อแดงก็ตาม
และไม่เคยเคลื่อนไหวเลยให้หาคนฆ่าคนสั่งฆ่ามาดำเนินการตามกฎหมายให้เกิดความยุติธรรมที่เขาทั้งสองชอบท่องเอ่ยต่อสังคมเป็นประจำ
แต่ข้อเสนอก็คงว่างเปล่า
รัฐบาลไม่ดำเนินการตามข้อเสนอ
และ ประเวศ วะสี
และอานันท์ ปันยารชุณ
ก็คงหาเรื่องใหม่ๆมาทำ
พร้อมเสนอต่อรัฐบาลอีกครา
และแน่นอนว่า
งบประมาณทั้งหลายนั้นต้องมาจากรัฐบาลเป็นแน่แท้ในการกระทำการ
อันที่จริง ประเวศ วะสี
อานันท์ ปันยารชุณ
ก็น่าจะเริ่มต้นเป็นตัวอย่างให้ใครต่อใคร
โดยการนำที่ดินที่ตัวเองและเครือญาติ
หรือคนในส่วนแวดวงตนเอง
ที่มีใกล้ชิดอยู่
มาปฏิรูปเป็นแบบอย่างให้ใครต่อใครจะดีไหมละ
?
มิใช่วันๆด่า
เอาแต่พวกนักการเมือง
และควรเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะเหมือนเช่นนักการเมือง
น่าจะตรงไปตรงมาดี
?ในฐานะนักการเมืองที่ไม่ชอบลงเลือกตั้ง
ส่วนกระผมคิดเห็นว่า
การกระจายการถือครองที่ดิน
ย่อมแยกไม่ออกกับการพัฒนาประชาธิปไตยในบ้านเรา
สังคมยิ่งเป็นประชาธิปไตย
การกระจายการถือครองที่ดินย่อมมีมากขึ้น
เนื่องเพราะว่า
"ความเป็นประชาธิปไตย"
ย่อมต้องเปิดเผยข้อมูล
ย่อมต้องไม่ปกปิด
ย่อมทำให้เห็นความแตกต่างความเหลือ่มล้ำของผู้มีอำนาจกับผู้ไร้อำนาจ
ย่อมทำให้มีการตรวจสอบ
ย่อมทำให้ไม่ปิดบัง
ย่อมทำให้ไม่มีอภิสิทธิ์ชนใดๆ
"ความเป็นประชาธิปไตย"
จึงเป็นอนาคตในการปฏิรูปที่ดิน
กระจายการถือครองที่ดินเหมือนเฉกเช่นการจำกัดการถือครองที่ดินที่เกิดขึ้นจริงในประเทศต่างๆ
บนโลกใบนี้