TDRI แนะโรดแมปวิชาชีพท่องเที่ยว รับเปิดเสรีแรงงานอาเซียน
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
ทีดีอาร์ไอเสนอโรดแมปการเตรียมความพร้อมแรงงานฝีมือสาขาที่พักและการเดินทาง
รองรับเสรีแรงงานอาเซียนในอีก
4 ปีข้างหน้า
เน้นเพิ่มสมรรถนะทั้งแรงงานใหม่-เก่า
ดึงสถาบันอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมพัฒนาหลักสูตร
ชูจุดแข็ง เสริมจุดอ่อน
พัฒนาให้ถูกกลุ่ม
ทำงานได้จริง
ควรฝึกงานต่อเนื่องตั้งแต่ปี
1-ปี4 สื่อสารได้มากกว่า 3
ภาษา
อย่ากังวลต่างชาติแย่งงาน
เพราะเงื่อนไขเข้าเมืองไม่ง่าย
อีกทั้งผลตอบแทนในกลุ่มอาเซียนด้วยกันยังไม่จูงใจ
การเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีอาเซียนจะมีผลเป็นทางการในอีก
4 ปีข้างหน้า
โดยอาเซียนมีกลไกข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพ
หรือ MRA (ASEAN Mutual Recognition Arrangement)
เป็นคุณสมบัติขั้นต้นของแรงงานฝีมือในสาขาต่างๆ
ที่ประเทศสมาชิกอาเซียนยอมรับร่วมกัน
ซึ่งจะช่วยให้นักวิชาชีพอาเซียนสามารถเข้าไปทำงานในประเทศสมาชิกได้สะดวกมากขึ้น
โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติพื้นฐาน
แต่ยังคงต้องดำเนินการขั้นตอนการเข้าเมืองอย่างถูกต้องตามข้อกำหนดของประเทศนั้นๆ
สำหรับประเทศไทยได้ลงนามข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพแล้ว
7 สาขา คือ แพทย์ ทันตแพทย์
พยาบาล นักบัญชี วิศวกร
สถาปนิก ช่างสำรวจ
ส่วนวิชาชีพท่องเที่ยวอาเซียน
ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาขาที่อาเซียนให้ความสำคัญ
และสมาชิก 9
ประเทศในอาเซียนมีการลงนามข้อตกลงยอมรับร่วมฯ
เมื่อปี 2552
โดยไทยเป็นประเทศเดียวที่ยังไม่ได้ลงนาม
เนื่องจากติดเงื่อนไขต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญของประเทศ
แต่ในฐานะประเทศสมาชิกอาเซียน
ไทยไม่อาจหลีกเลี่ยงการเปิดเสรีอาเซียนได้
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงดำเนินการเตรียมพร้อมมาเป็นลำดับ
และปัจจุบันได้จัดทำมาตรฐานสมรรถนะ
(competency standard)
และหลักสูตรอบรมเพื่อรองรับสมรรถนะขั้นพื้นฐานของบุคลากรที่ประกอบวิชาชีพท่องเที่ยวใน
32 ตำแหน่ง
เสร็จเรียบร้อยแล้ว
อีกทั้งยังมีความละเอียดมากกว่ามาตรฐานที่
MRA กำหนด
นางสาวสุวรรณา
ตุลยวศินพงศ์
นักวิชาการทีดีอาร์ไอ
และหัวหน้าโครงการศึกษากรอบความร่วมมือการพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานไทย
ใน 32 ตำแหน่งงาน
ภายใต้ข้อตกลงอาเซียน
กล่าวว่า
บุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยวภายใต้กรอบ
MRA อาเซียนประกอบด้วย 2
สาขาหลัก คือ
สาขาที่พักและสาขาการเดินทาง
โดยสาขาที่พักประกอบด้วย
23
ตำแหน่งงานในแผนกต้อนรับ
แผนกแม่บ้าน แผนกอาหาร
แผนกอาหารและเครื่องดื่ม
ส่วนสาขาการเดินทางประกอบด้วย
9
ตำแหน่งงานในตัวแทนท่องเที่ยวและบริษัททัวร์
ข้อตกลง MRA
ดังกล่าวครอบคลุมผู้มีงานทำในภาคท่องเที่ยวและโรงแรมของไทยกว่า
2.7 ล้านคน
ที่จะได้รับประโยชน์จากการยกระดับฝีมือแรงงานให้ได้มาตรฐาน
ผ่านการรับรองและมีทางเลือกในการทำงานจากตลาดแรงงานที่ใหญ่ขึ้น
และแม้ไม่เดินทางไปทำงานประเทศอาเซียน
ก็ทำให้ประเทศไทยมีบุคลากรด้านท่องเที่ยวและโรงแรมคุณภาพดีที่พร้อมรับการแข่งขันเมื่อเปิดเสรีอาเซียน
การศึกษาพบว่า ในภาพรวม
แรงงานด้านท่องเที่ยวของไทย
ใน 32 ตำแหน่งงาน
ยังมีความขาดแคลนทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ
แรงงานใหม่ที่จบการศึกษาสาขาโรงแรมและการท่องเที่ยวยังมีข้อจำกัดในการทำงานที่รู้แต่ทฤษฎี
ซึ่งไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติงานจริง
อีกทั้งงานในบางตำแหน่งโดยเฉพาะพนักงานระดับปฏิบัติยังมีความขาดแคลน
เช่น งานแม่บ้าน
พนักงานซักรีด
รวมถึงความอ่อนทักษะด้านภาษาในการสื่อสารกับผู้รับบริการซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ
เป็นต้น
การเตรียมความพร้อมเพื่อประกันโอกาสให้กับแรงงานไทยว่าจะได้ประโยชน์หรือไม่สูญเสียผลประโยชน์จากการปฏิบัติตามข้อตกลงการเคลื่อนย้ายแรงงานวิชาชีพโดยเสรีในกลุ่มประเทศอาเซียนนั้น
จึงควรมีการจัดทำกรอบความร่วมมือการพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานไทย
ใน 32 ตำแหน่งงาน
ภายใต้ข้อตกลงอาเซียน
ซึ่งประกอบด้วย
งานเอกสารและวิชาการ
(รวมทั้งหลักสูตรและมาตรฐานสมรรถนะกำลังแรงงานไทย)
บุคลากร ตลอดจนงบประมาณ
รวมถึงการประเมินศักยภาพและความพร้อมในการพัฒนาฝีมือแรงงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเปรียบเทียบกับความต้องการการพัฒนาฝีมือ
การเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ
รวมทั้งระบบฐานข้อมูลผู้ได้รับการรับรองมาตรฐานวิชาชีพแห่งอาเซียนและตำแหน่งงานในสาขาบริการท่องเที่ยว
ซึ่งกำหนดไว้ใน MRA ด้วย
การเตรียมความพร้อมต้องทำทั้งแรงงานในระบบการศึกษาและแรงงานที่อยู่ในตลาด
โดยควรเร่งรัดการผลักดันยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนากำลังแรงงานด้านการท่องเที่ยวให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการเร่งพัฒนาสมรรถนะกำลังแรงงาน
ให้มีการจัดทำกรอบความร่วมมือเฉพาะกิจกับสถาบันอุดมศึกษาและอาชีวศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน
ให้นำมาตรฐานสมรรถนะวิชาชีพการท่องเที่ยวอาเซียนเป็นบรรทัดฐานในการจัดทำหลักสูตรและการฝึกอบรม
ผลิตกำลังแรงงานในสาขานี้ให้มีศักยภาพสูงขึ้น
โดยเฉพาะด้านทักษะภาษาต่างประเทศที่ยังเป็นจุดอ่อนของแรงงานไทยนั้น
รัฐบาลควรถือเป็นโอกาสที่จะเร่งการพัฒนากำลังแรงงานที่เกี่ยวข้องในสาขาท่องเที่ยวให้มีความสามารถในการสื่อสารด้านภาษา
ต้องทำให้คนไทยมีทักษะภาษาแบบมืออาชีพ
สามารถสื่อสารภาษาได้หลายภาษาโดยเฉพาะภาษาอาเซียน
น.ส.สุวรรณา กล่าวว่า
วิชาชีพท่องเที่ยวเป็นสาขาหนึ่งที่สถาบันการศึกษาจำนวนมากเปิดสอนเนื่องจากคนรุ่นใหม่มีความต้องการเรียน
การผลิตกำลังแรงงานในด้านนี้เฉพาะระดับปริญญาตรีแต่ละปีมีมากกว่าหนึ่งหมื่นคน
ซึ่งเพียงพอแต่ยังขาดคุณภาพ
จากหลักสูตรการศึกษาที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการแท้จริง
สถาบันการศึกษาควรมีการทบทวนสาขาที่ผลิตแรงงานด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมเป็นสาขาที่เป็นทักษะเชิงลึกตามความต้องการของผู้ประกอบการมากขึ้น
โดยเฉพาะผู้บริหารระดับหัวหน้างานและระดับกลางขึ้นไปในสาขาการท่องเที่ยว
มีแนวโน้มขาดแคลนเนื่องจากมีอัตราเข้า-ออก
(turn over)
ในโรงแรมระดับมาตรฐานสูงขึ้นเรื่อยๆ
จำเป็นต้องมีการพัฒนาหัวหน้างานระดับต้น
กลาง สูง
ที่มีสมรรถนะที่สอดคล้องกับมาตรฐานอาเซียน
โดยเฉพาะทักษะการบริหาร
การวางแผนอย่างเป็นระบบ
และควรผลิตบุคลากรด้านแม่บ้านโรงแรม
บริหารทั่วไปเพิ่มให้กับกำลังแรงงานที่อยู่ในตลาดแรงงาน
เนื่องจากเป็นอาชีพที่ผู้จบการศึกษาใหม่ๆ
ไม่สนใจทำ
สถาบันการศึกษาควรปรับหลักสูตรด้านการโรงแรมและการท่องเที่ยวให้เป็นหลักสูตรเชิงลึกมากขึ้น
การฝึกงานของนักศึกษาควรเป็นการฝึกร่วมกับสถานประกอบการ
โดยให้มีระยะเวลาการฝึกงานตั้งแต่
3 เดือนต่อเนื่องไปจนถึง 1
ปี
หรือฝึกสม่ำเสมอตั้งแต่ปี
1- ปี 4
และจัดการฝึกงานให้อยู่ในช่วงที่มีความต้องการใช้แรงงานสูงหรือ
High Season
เพื่อได้เรียนรู้ประสบการณ์จริง
และให้เน้นบทบาทสมาพันธ์วิชาชีพในการดำเนินการจะมีประสิทธิภาพมากกว่ารัฐทำเอง
"การเตรียมพร้อมแรงงานวิชาชีพท่องเที่ยวอาเซียนของไทยนั้นควรเน้นชูจุดแข็ง
เสริมจุดอ่อน
และพัฒนาคนให้ถูกกลุ่ม
จึงจะสร้างความสมดุลในตลาดแรงงานด้านนี้ทั้งภายในประเทศและเพิ่มโอกาสการแข่งขันในตลาดเสรีอาเซียนได้
เช่น
ผู้ทำงานในสาขาโรงแรมที่พักจำเป็นต้องได้รับการเสริมความรู้ด้านภาษา
นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว
ควรรู้ภาษาอื่นๆ
ที่ใช้ในอาเซียน
ส่วนผู้ทำงานสาขาเดินทาง
เช่น
คนที่เป็นผู้แนะนำการเดินทาง
หรือผู้จัดการท่องเที่ยว
ควรยกระดับความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์
ภูมิศาสตร์
ความเชี่ยวชาญแหล่งท่องเที่ยวเป้าหมาย
เป็นต้น"
อย่างไรก็ตาม
จากความกังวลว่าหากเปิดเสรีแรงงานอาเซียนแล้วจะทำให้คนต่างชาติเข้ามา
"แย่งงาน" คนไทยนั้น
นักวิชาการทีดีอาร์ไอ
กล่าวว่า
ไม่ควรวิตกเพราะแม้จะผ่านการรับรองตามมาตรฐานอาเซียนแล้ว
แต่ผู้ประกอบวิชาชีพยังต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องของประเทศที่เข้าไปทำงานตามปกติ
เช่น การสอบ
การขึ้นทะเบียน
การขอใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าว
เป็นต้น
ในปัจจุบันมีการเคลื่อนย้ายแรงงานสาขาต่างๆ
อยู่แล้ว
ทั้งคนไทยไปทำงานต่างชาติซึ่งส่วนใหญ่ไปทำงานนอกกลุ่มประเทศอาเซียน
ขณะที่กลุ่มแรงงานต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย
โดยเฉพาะในสาขาท่องเที่ยวและที่พักนั้นพบว่ามีจำนวนไม่มากเพียงหลักพันคนเท่านั้น
ส่วนใหญ่เข้ามาทำงานตำแหน่ง
นักร้อง นักดนตรี เช่น
แรงงานจากฟิลิปปินส์
นอกจากนี้รายได้ที่ไม่แตกต่างกันมากของประเทศในกลุ่มอาเซียนยังไม่จูงใจให้มีการย้ายไปทำงาน
เพราะเทียบกับภาระค่าใช้จ่ายอาจไม่คุ้ม
ส่วนใหญ่จึงนิยมไปทำงานในประเทศที่มีผลตอบแทนสูงเช่น
ประเทศในยุโรป และอเมริกา
นอกจากนี้ตัวอย่างการรวมตัวของประชาคมยุโรป
(EU) ก็พบว่า
มีการเคลื่อนย้ายแรงงานในประเทศกลุ่มยุโรปด้วยกันน้อย
ประเด็นการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีจึงไม่ใช่เรื่องที่ควรวิตกมากนัก
แต่ควรตระหนักในการเตรียมความพร้อมเพิ่มศักยภาพฝีมือแรงงานภายในประเทศสม่ำเสมอ
ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของชาติและเป็นโอกาสให้แรงงานวิชาชีพของไทยมีโอกาสหาประสบการณ์ทำงานในตลาดต่างประเทศ
หากเมื่อใดประเทศไทยสามารถลงนาม
MRA
วิชาชีพท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ
ก็จะทำให้เกิดความชัดเจนในการกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบ
และเกิดการผลักดันการพัฒนาฝีมือแรงงานวิชาชีพท่องเที่ยวของไทยได้ตามแนวทางที่ได้เตรียมไว้พร้อมแล้ว
คลิกดูภาพใหญ่ที่นี่